ผู้เขียน หัวข้อ: พญามารบงการรัก บทที่ 5  (อ่าน 212 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 204
    • ดูรายละเอียด
พญามารบงการรัก บทที่ 5
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 11:38:30 PM »
บทที่ 5   

   “นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ชัดลูกน้องคนสนิทของพิพัฒน์วิ่งพรวดเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อเม็ดเล็กผุดตามไรผม ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นอาการร้อนรนจากชัด

   พิพัฒน์เปลี่ยนท่าเป็นนั่งไขว่ห้าง วางมือทับบนหัวเข่า สายตามองตรงยังคนที่เพิ่งเข้ามา หลังการประกาศเลื่อนวันแต่งงานของวีณาและธีภพ เขาก็สั่งให้ลูกน้องขับรถไปส่งที่สนามบินเพื่อกลับอเมริกาทันทีเนื่องจากมีงานด่วนรอให้เขากลับไปตัดสินใจ เสร็จธุระเขาก็รีบกลับมาดูความย่อยยับของวีณา ไม่คิดว่าจะเจอชัดในสภาพนี้

   “มีเรื่องอะไร”   

   “คุณวีณาแท้งลูกครับ”

   “แกว่าอะไรนะ” พิพัฒน์ผุดลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อพร้อมกัดฟันถามเสียงเครียด

   “คุณวีณาแท้งครับ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พวกเราพยายามติดต่อนายแล้วแต่ทางโน้นบอกว่านายติดธุระตลอด” ลูกน้องบอกตะกุกตะกักไม่กล้าสบตากับเจ้านาย

   “แท้งได้ยังไง แล้วเด็กล่ะ ลูกฉันเป็นไงบ้าง เขายังอยู่ใช่มั้ย” พิพัฒน์รู้สึกเหมือนมีใครกำลังบีบหัวใจเขาอยู่ ขณะที่รอคำตอบจากลูกน้อง

   “ข่าวที่หลุดออกมาคือร่างกายเธออ่อนแอและสภาพจิตใจย่ำแย่เรื่องงานแต่งจนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้น ยังดีคุณธีภพไปเจอแล้วนำส่งโรงพยาบาลแต่หมอช่วยเด็กไว้ไม่ทันครับ”

   “โธ่โว้ย!” พิพัฒน์ทุ่มร่างลูกน้องลงกับพื้นด้วยความโมโห ชี้นิ้วกราดไปที่ลูกน้องยืนอยู่พร้อมตวาดลั่น “พวกแกทำงานกันยังไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูไว้ให้ดี ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้”

   ชายหนุ่มกำหมัดจนข้อขึ้น ดวงตาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความอาฆาตแค้น คงสมใจวีณาแล้ว เขารู้เธอไม่ต้องการลูก บางทีเธออาจจะยินดีด้วยซ้ำ เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาต้องมาตาย วีณาจะต้องชดใช้!

   “เป็นไปไม่ได้ วีณาร่างกายแข็งแรง เรื่องจิตใจย่ำแย่อะไรนั่นยิ่งไม่น่าเชื่อ ฉันไม่คิดว่าแค่งานแต่งล่มจะกระทบจิตใจเจ้าหล่อนขนาดนั้น” พิพัฒน์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยไฟแค้นน่าหวั่นเกรง

   ชัดกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ก่อนตัดสินใจบอกในสิ่งที่เขาสงสัย “ผมคิดว่าเธอใช้ยาครับ”

   “ใช่ มันต้องเรื่องระยำแบบนี้สิค่อยน่าเชื่อ ไปสืบมาให้แน่ ถ้าใช้ยาจริงก็สืบต่อด้วยว่าได้ยามาจากไหน ส่งคนไปถล่มแหล่งยาให้ราบ อย่าลืมตาอ้าปากได้อีก” แววตาของพิพัฒน์เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด น้ำเสียงที่สั่งการก็เด็ดขาดไม่ไว้หน้า
 



   กรี๊ด!!!

   เสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากห้องของผู้ป่วยทำให้คนที่ตั้งใจมาเยี่ยมพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ในมือรีบวิ่งเข้าไปดู

   “ออกไป๊! ฉันไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น ออกไปให้หมด ไป๊!” คนป่วยบนเตียงโวยวายอาละวาดและขว้างปาข้าวใส่นางพยาบาล

   “วี...เกิดอะไรขึ้น เจ็บตรงไหน ไม่เป็นไรนะผมอยู่นี่แล้ว” ธีภพวางช่อดอกไม้บนโต๊ะแล้วเดินไปตั้งใจจะปลอบคนไข้ ทว่าพอวีณาหันมาเห็นเขาเข้าก็ยิ่งอาละวาดหนักกว่าเดิม

   “มาทำไมตอนนี้ คุณเห็นมั้ยฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันไปทำอะไรให้ คุณถึงทำลายชีวิตฉันอย่างนี้” นางแบบสาวตะคอกใส่คนที่เกือบจะเป็นเจ้าบ่าว น้ำตาแห่งความเจ็บช้ำค่อยๆ ไหลออกมา

   ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นสิ่งผิดพลาด มันอยู่นอกเหนือความคาดคิด วีณาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เธอไม่เคยนึกถึงความรุนแรงของผลข้างเคียง มันจึงทำให้เรื่องลุกลามใหญ่โต แทนที่ว่าปัญหามันจะจบแค่เธอแท้ง พิพัฒน์เสียลูกและธีภพเป็นคนผิด แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้น ครอบครัวธีภพรับทราบหมดทั้งบ้าน ทางพิพัฒน์ก็คงไม่ต่างกับ โชคยังดีที่เธอไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้คงต้องคุมสติให้อยู่ ประเมินสถานการณ์เสียใหม่ ดูว่าข่าวขยายวงไปกว้างแค่ไหน ใครรู้อีกบ้าง แม้จะเชื่อว่าทางครอบครัวธีภพต้องช่วยปิดข่าว แต่จะให้ดีก็ขอให้คนรู้น้อยที่สุด แม้เธอจะตั้งใจแต่ก็เป็นความตั้งใจที่อยากให้เป็นความลับ

   วีณาเหลือบมองผู้ชายที่อยู่กับเธอตอนนี้ ใบหน้าธีภพหมองคล้ำ ตาลึกโหลบ่งบอกถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาไม่ใช่ธีภพคนเดิมที่เคยเห็น ธีภพคนนี้มีแต่ความโศกเศร้าเสียใจ เชื่อว่าเขาจะต้องรู้สึกผิด เขาต้องโทษตัวเอง ธีภพเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาเป็นคนดีและปรารถนาดีต่อคนรอบข้างเสมอ ชอบเผื่อแผ่ ช่วยเหลือ และไม่ยอมให้ใครต้องลำบากใจเพราะเขา ถึงมันจะเป็นข้อดี แต่อีกด้านมันก็เป็นจุดอ่อนของเขาเหมือนกัน เธอจะใช้จุดนี้ล่ะผูกมัดเขาให้ดิ้นไม่หลุด

   “ผมขอโทษวี ผมขอโทษ”

   ธีภพย้ำเสียงสั่นเครือ ท่าทางเจ็บช้ำของวีณาทำให้เขาต้องโอบกอดเธอไว้แนบอก แม้เธอจะดิ้นขลุกขลักและทุบตี หากแต่เขากลับยืนนิ่งปล่อยให้เธอได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาให้หมด ไม่ว่าจะยังไงคนผิดก็คือเขา เป็นเขาทุกอย่าง ต้นเหตุที่ทำให้เธอเสียใจจนตกเลือดเกือบตาย เขาเองก็เสียใจไม่น้อยกว่าใคร แต่ถ้าเขาอ่อนแอวีณาก็จะไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เขาจะต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้คนที่เขารัก พาเธอข้ามผ่านช่วงเวลาเลวร้ายในชีวิต

   “ผมขอโทษวี ขอโทษจริงๆ เราเริ่มต้นกันใหม่นะ พอคุณหายดีแล้วเราจะมีลูกด้วยกันใหม่นะครับ” ชายหนุ่มอ้อนวอน

   “ให้ฉันตายเสียยังดีกว่าอภัยให้ผู้ชายอย่างคุณ” วีณาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “คนไม่รักษาสัญญา ขอโทษตอนนี้แล้วมันได้อะไรขึ้นมา งานแต่งย้อนกลับมาได้มั้ย ความรู้สึกและชื่อเสียงของฉันมันกลับคืนมาได้มั้ย คนทั้งประเทศสมเพชเวทนาฉัน สมน้ำหน้าฉัน อย่าเลย จบเถอะธี เราอย่าเริ่มมันอีกเลย ขนาดงานแต่งงานตัวเองแท้ๆ คุณยังหายหัวไปไหนไม่มีใครรู้ คุณจะให้ฉันทำใจเริ่มใหม่ได้ยังไง”

   “ไม่...ไม่ ไม่วี ทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ แต่หลังจากนี้ผมสัญญา ผมสัญญาว่าจะไม่ให้คุณรออีก” ชายหนุ่มกอดร่างวีณาแน่น แม้ว่าจะเจ็บปวดกับคำต่อว่าแต่เขาก็ยังอยากขอโอกาสสักครั้ง “ผมรักคุณ เราเริ่มกันใหม่นะ”

   “ไม่! ไม่เริ่มอะไรทั้งนั้น ฉันต้องสูญเสียมากพอแล้ว คุณไม่สมควรเป็นพ่อใคร ลูกของฉันต้องตายก็เพราะคุณ จำไว้ เพราะคุณคนเดียว ได้ยินไหม ออกไปฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

   “วี...” ธีภพผงะอย่างตกใจกับถ้อยคำกล่าวหาของหญิงสาว อ้อมแขนของเขาค่อยๆ คลายออกก่อนที่มือทั้งสองจะตกลงแนบลำตัว เสียงของวีณายังต่อว่าเขาอยู่ไม่หยุด แต่เหมือนประสาทการรับรู้ของเขาหยุดทำงาน ถึงแม้เขาอยากดูแลแต่เธอคงไม่ต้องการ หากอยู่วีณาอาจจะอาการทรุดหนักกว่านี้ก็ได้

   “ตอนนี้คนไข้มีสภาพจิตใจที่บอบช้ำนะครับ อย่าเพิ่งไปพูดหรือทำอะไรที่มันกระทบใจเธอ” คนหมอเจ้าของไข้บอกเขาแบบนั้นก่อนจะมาหาวีณา

   เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องจำใจถอย เดินคอตกออกมาจากห้อง ท่าทางของวีณาบอกชัดว่าเธอจะไม่ยอมให้อภัยเขา แล้วเขาจะทำอย่างไร เขาจะทำอย่างไรดี

   หลังจากวันนั้นธีภพเพียรหอบช่อดอกไม้ไปเยี่ยมนางแบบสาวทุกวันแต่ผลก็ยังเหมือนเดิม จนพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันเห็นใจ ที่ใจแข็งก็เห็นจะมีแต่วีณาคนเดียว ไม่รู้จะท่ามากไปทำไม พอธีภพไม่มาก็อาละวาดโวยวายให้คนโทรตาม แต่พอมาก็อาละวาดไล่ชายหนุ่มอีก ภาพชินตาที่ทุกคนในโรงพยาบาลเห็นเหมือนกันก็คือ ชายหนุ่มรูปงามเดินหน้าเศร้าคอตกกลับบ้านทุกวัน

   “เป็นไงบ้างตาธี วีณาอาการดีขึ้นมั้ยลูก” ภานนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีนักของลูกชายคนเล็ก ช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แต่ธีภพดูผ่ายผอมไปมากทีเดียว

   “ดีขึ้นมากแล้วครับคุณพ่อ หมอบอกว่าอีกสองวันก็ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว”

   “งั้นก็ดีสิ” ยังไม่ทันได้พูดต่อ เสียงโทรศัพท์ของลูกชายก็ดังขัดจังหวะ คุณภานนจึงโบกมือไล่ให้ลูกชายไปคุยธุระก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกัน

   เบอร์ที่ปรากฏทำให้ธีภพขมวดคิ้วสงสัย เพราะไม่คุ้น “สวัสดีครับ”

   “คุณธีภพใช่ไหมคะ ดิฉันโทรจากโรงพยาบาล...” เมื่อปลายสายบอกชื่อโรงพยาบาลชายหนุ่มก็นึกได้ทันทีว่าคู่กรณีอีกคนของเขาอยู่ที่นั่น

   “ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ธีภพเก็บโทรศัพท์ ถอนใจออกมาหนักๆ ตัดความรู้สึกสับสนภายในใจ เขาไม่ควรคิดพาลเรื่องทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ทั้งที่บอกตัวเองแบบนั้นเขาก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าหากเธอไม่วิ่งออกมาเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดและเขาก็จะไม่สูญเสียลูก

   ลูก...เขาไม่รู้เลยว่าวีณาท้อง เธอคงคิดว่าอีกไม่กี่วันจะแต่งงานกัน บอกหลังจากนั้นก็คงไม่สาย ใครจะคิดว่าเธอจะเสียใจจนสูญเสียลูกไป เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงท้องอ่อนๆ บอบบางแค่ไหน กับสิ่งที่วีณาเผชิญมันส่งผลให้กระทบกระเทือนถึงลูก สุดท้ายเขาก็สูญเสียทุกอย่าง อยากจะร่ำร้องหาความยุติธรรมแต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือชะตากรรม ไม่มีใครคิดทำร้ายใคร มันก็แค่อุบัติเหตุ

   “ธี!” ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อแขนถูกเขย่า พอหันไปก็เห็นพ่อ “ใครโทรมาว่าอะไร แล้วทำไมถึงได้ใจลอยขนาดนี้ พ่อเรียกตั้งหลายครั้งยังไม่รู้สึกตัว”

   “ปะ เปล่าครับพ่อไม่มีอะไร พอดีที่โรงพยาบาลเขาโทรมาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะออกจากโรงพยาบาล ผมคงต้องไปจัดการค่าใช้จ่ายน่ะครับ”

   “ให้พ่อไปเป็นเพื่อนไหม ดูแกเหม่อๆ ยังไงไม่รู้ เดี๋ยวเกิดขับรถไปชนใครเข้าอีก พี่แกก็ไม่อยู่ซะด้วย”

   “ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมไปได้”

   “แน่ใจนะ”

   ชายหนุ่มยิ้มเนือยๆ และยืนยันหนักแน่นว่าเขาไปเองได้ คุณภานนจึงไม่เซ้าซี้อีกก่อนจะเดินเข้าบ้านชักชวนภรรยาไปเยี่ยมลูกสะใภ้





   ตลอดทางชัดเหลือบมองเจ้านายที่นั่งอยู่เบาะหลังอย่างเป็นห่วง ท่าทางนิ่งเงียบราวกับครุ่นคิดตลอดเวลาทำให้คนที่อยู่ด้วยกันมานานรู้ทันที พิพัฒน์กำลังเสียใจอย่างยิ่งยวด แม้จะดูเหมือนเป็นผู้ชายเย็นชา ไร้ความรู้สึก แต่ความจริงชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังมีหัวใจ มีสัมผัสการรับรู้และปฏิกิริยาตอบสนอง

   การกระทำของวีณาไม่ว่าเจตนาหรือไม่ แต่ลงมือทำร้ายลูกในน้องแบบนั้นมันไม่ฉลาดเลย รังแต่จะยิ่งยั่วเพลิงโทสะของพิพัฒน์ให้รุนแรงขึ้น ปมในใจที่ไม่อาจลืมเลือน การทำแท้งของวีณาจึงกระทบใจพิพัฒน์เข้าอย่างจัง ไม่แปลกที่เขาจะเคียดแค้นจนแทบจะจับแล่เนื้อเอาเกลือทาให้ทรมานอย่างสาสม

   “รู้หรือยังว่าทำไมวันนั้นไอ้ธีมันถึงมาไม่ทันงานแต่ง” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นกลางความเงียบงัน

   “เกิดอุบัติเหตุครับ รถชนผู้หญิงคนหนึ่ง เธออาการหนักจนต้องพาส่งโรงพยาบาล” ชัดรายงาน

   “ตอนนี้เธอคนนั้นอาการเป็นอย่างไรบ้าง”

   “คงใกล้หายแล้วครับ ได้ข่าวว่าเป็นหนักที่แขนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้เป็นอะไรมากครับ”

   “ดี...พรุ่งนี้ฉันอยากอ่านข่าวสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณธีภพพลาดงานแต่งเพราะเป็นห่วงผู้หญิงคนใหม่ที่กำลังบาดเจ็บจนลืมว่าเจ้าสาวกำลังคอยอยู่ นายช่วยจัดการให้ฉันที ยิ่งมีภาพยืนยันฉันจะยิ่งเชื่อถือมากขึ้น ถ้าจะให้ดีก็ปล่อยข่าวออนไลน์นำหน้าไปก่อนเลย” พิพัฒน์กล่าวเรื่อยๆ แต่นั่นคือคำสั่งที่ชัดจะต้องทำให้ได้

   “ผมจะจัดการให้ครับ”

   เมื่อก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลพิพัฒน์ชะงักนิดหนึ่งตอนที่เดินสวนกับคุณภานนและคุณหญิงฉัตรดาราระหว่างทางไปยังห้องของวีณา มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นนิดๆ ขณะที่เปิดประตูเข้าไปพบว่าหญิงสาวกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียง

   “ไง...พ่อผัว แม่ผัวอุตส่าห์ลดตัวมาเยี่ยมทำไมยังอารมณ์เสียอยู่อีกครับคุณเจ้าสาว”

   “มาทำไม”

   คำถามเรียบๆ ของวีณาทำให้ชายหนุ่มแสยะยิ้ม เดินเข้าไปตะปบมือบีบไหล่บอบบางของนางแบบสาวอย่างไร้ความปรานี

   “ฉันก็มาดูหน้าคนที่บังอาจฆ่าลูกฉันน่ะสิ”

   “มันช่วยไม่ได้นี่ ถ้าฉันเอาเด็กไว้ ธีก็จะรู้ว่าฉันไม่ได้ท้องกับเขา สู้เอาเด็กออกเพื่อให้เขารู้สึกผิดไม่ดีกว่าเหรอ ลูกคุณมันก็พอมีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกันนะ”

   ผัวะ!!!

   ฝ่ามือใหญ่กระทบใบหน้าหญิงสาวเต็มแรง วีณาหน้าหันจากการกระทำอันรุนแรงของพิพัฒน์ ตอนนี้ชายหนุ่มเหมือนสัตว์ที่กำลังบาดเจ็บ เขาพร้อมจะขย้ำทุกคน นางแบบสาวเชิดหน้าขึ้นประสานสายตาทั้งที่มุมปากของเธอมีเลือดซึมออกมา แล้วเธอก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

   “ทำไมล่ะพิพัฒน์ แค่เลือดก้อนเดียวคุณจะเสียดายอะไรนักหนา มันก็แค่ผลพวงที่เกิดจากความสนุกของเราไม่ใช่เหรอ ฉันพลาดเองที่ลืมป้องกันแต่คุณก็ไม่ให้ฉันได้พักหายใจบ้างเลยนี่”

   “พูดออกมาได้ยังไง” มือใหญ่ของพิพัฒน์เลื่อนมาบีบรอบลำคอระหง กัดฟันกรอด เค้นเสียงออกมายากเย็น “ฉันเคยเสียใจที่ลูกต้องตาย แต่ตอนนี้ชักเริ่มดีใจขึ้นมาแล้วที่แกไม่ต้องเกิดเป็นลูกของผู้หญิงสารเลวอย่างเธอ”

   “พูดเหมือนตัวเองดีเลิศอย่างกับเทวดาเลยนะ”

   “หุบปากถ้าไม่อยากให้ฉันฆ่าเธอตรงนี้” พิพัฒน์เพิ่มแรงบีบจนร่างของวีณาดิ้นไปมาดวงตาเหลือกถลนเพราะหายใจไม่ออก ในที่เขาก็ยอมปล่อย นางแบบสาวถูกผลักอย่างแรง “มันไม่จบแค่นี้หรอกวีณา แล้วเธอจะรู้ว่านรกมีจริง! เพราะผลกรรมที่เธอทำกับลูกของฉันมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

   คำเตือนของพิพัฒน์ก่อนที่เขาจะผละจากไปอย่างหัวเสีย วีณาไอโคลก หูตาแดงก่ำ พอตั้งหลักได้หญิงสาวก็คว้าของใกล้มือปาตามแผ่นหลังนั้นอย่างเจ็บใจ

   “ไปตายซะ ไป๊! กรี๊ดดดดดด” เสียงอาละวาดดังออกไปจนพยาบาลก็พากันกรูมาที่ห้องเนื่องจากคนไข้กรีดร้องอย่างคนคลุ้มคลั่ง

   “นายครับ” ชัดเรียกนายของเขาขณะหันไปเห็นเหล่านางพยาบาลที่วิ่งเข้าไปในห้องของวีณา

   “มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น จัดการตามที่สั่งหรือยัง”

   “เรียบร้อยแล้วครับ คนของเรารายงานว่าคุณธีภพกำลังเดินทางไปรับผู้หญิงคนนั้นออกจากโรงพยาบาลครับ”

   “งั้นก็พอดีเลยสินะ” ชายหนุ่มเปิดยิ้มเจ้าเล่ห์พลางหันไปสั่งลูกน้องอย่างอารมณ์ดี “นายช่วยเตือนพยาบาลแถวนี้ด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมสำลีอุดหูไว้”