ผู้เขียน หัวข้อ: พญามารบงการรัก บทที่ 4  (อ่าน 214 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • ดูรายละเอียด
พญามารบงการรัก บทที่ 4
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 11:32:40 PM »
บทที่ 4

   ธีภพถึงงานแต่งด้วยสภาพห่างไกลคำว่าเจ้าบ่าว เสื้อผ้ายังปรากฏคราบเลือด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง ดวงตาแห้งผาก แขนขาไร้เรียวแรงแทบลมพับ ภาพตรงหน้าที่เห็นก็เพียงห้องว่างเปล่าไร้เงาแขกเหรื่อจะหลงเหลือเพียงแต่พนักงานที่กำลังช่วยกันจัดการเก็บกวาดสถานที่

   งานแต่งงานของเขาจบลงแล้ว จบโดยที่ไม่ได้มีพิธีใดๆ เกิดขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆ เดินลากขาโซเซคล้ายคนหมดแรง สำรวจรอบห้อง

   “แกมาสายไปหลายชั่วโมงเลยนะธี”

   “พี่เมฆ”

   เมฆามองสภาพน้องชาย ธีภพตอนนี้ดูไม่จืดเอาซะเลย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาหมองคล้ำและเสื้อผ้ามีรอยเปื้อนของเลือด “หายไปไหนมา ทำไมถึงเพิ่งมาเอาป่านนี้”

   “มันจบแล้วใช่ไหมครับพี่เมฆ” ธีภพทรุดลงนั่งกับพื้น “งานแต่งงานของผมจบแล้วใช่ไหม”

   เมฆานั่งลงข้างๆ ก่อนจะถามน้องชาย “เกิดอะไรขึ้น”

   ชายหนุ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนจะถามถึงบิดามารดาและเจ้าสาวของเขาด้วยความเป็นห่วง

   “คุณพ่อคุณแม่ไม่เป็นไร พวกท่านเป็นห่วงแกมากกว่า กลัวว่าจะเป็นอะไรไป แต่วีณา...” เสียงเมฆาขาดหาย ทำให้คนฟังทุรนทุรายมากขึ้น

   “ทำไมครับ วีเป็นยังไงบ้าง”

   เมฆาถอนใจแทนคำตอบ ก่อนจะยอมบอกไปตามจริงเพราะสีหน้าทุกข์ร้อนของน้องชาย “เขาคงเครียดน่ะ ตวาดใส่นักข่าวไปฉันกลัวจะเกิดเรื่องเลยให้คนพาไปส่งที่ห้องพักพอคนซาก็ส่งกลับคอนโด”

   “เกิดอะไรขึ้นกับเขา”

   “นักข่าวรุมถามเขา พอต้องตอบคำถามมากๆ เข้า เขาก็เลย...วีนแตก”

   ธีภพนั่งฟังด้วยหัวใจที่ชาหนึบ ใบหน้าคมสันก้มลงข่มความรู้สึก เขารอคอยวันนี้มาตลอด ทว่าเขากลับเป็นคนทำลายมันเอง พ่อแม่ของเขาต้องอับอายขายหน้า ผู้หญิงที่เขารักต้องถูกนินทาลับหลังว่าเจ้าบ่าวไม่ยอมมาตามนัด ชายหนุ่มเงยหน้ามองเพดานข่มความเสียใจอย่างสุดกลั้นและมันทำให้เขาปวดกระบอกตา

   “เขาเคยบอกผมว่า ถ้าผมมาสายเขาจะไม่ยอมให้อภัยผม ตอนนั้นผมหัวเราะออกมา สัญญาดิบดีว่าผมจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด แต่แล้ว...ผมก็มาสายจนได้” ธีภพฟุบลงกับพื้นอย่างเจ็บปวด

   “ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว เรื่องอื่นยังพอหาหนทางแก้ไขได้ ฉันอยู่นี่ก็เพราะรู้ว่าแกต้องมาแต่ตอนนี้เรากลับบ้านกันเถอะ คุณพ่อกับคุณแม่กำลังเป็นห่วงอยู่ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” เมฆาประคองร่างน้องชายให้ยืนขึ้น




   ‘วิวาห์ฟ้าแลบล่มไม่เป็นท่า เมื่อเจ้าบ่าวไม่ยอมมาตามนัด นางแบบคนดังต้องตกที่นั่งเจ้าสาวสายบัวแต่งตัวเก้อแห่งปี งานนี้ถึงจะเสียหน้าแต่ก็คงถูกใจครอบครัวเจ้าบ่าวอยู่ไม่น้อย’

   ธีภพประเดิมเช้าวันใหม่ด้วยการขยำหนังสือพิมพ์ทิ้ง ดวงตาคมลุกวาบด้วยเพลิงโทสะ “ผมจะฟ้องคนเขียนข่าวนี้”

   “ใจเย็นๆ ตาธี ยิ่งแกเต้นมากเท่าไรนักข่าวก็จะเล่นไม่เลิก ตอนนี้ฉันอยากให้แกตั้งสติให้ดี ติดต่อกับวีณาให้ได้ จะทำอะไรต่อค่อยว่ากันทีหลัง”

   “แม่เห็นด้วยกับพี่เขานะลูก ตอนนี้สภาพจิตใจของวีณาสำคัญสุด ธีลองติดต่อเขาได้หรือยังล่ะลูก” คุณหญิงฉัตรดาราแสดงอาการเป็นห่วงออกมาชัดเจน

   “เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมเลยครับ ไปหาเธอก็บอกว่าให้ไปตายซะ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอหน้ากันอีกเลย วีคงจะเกลียดผมไปแล้ว” ธีภพบอกอย่างกลัดกลุ้ม

   “ลองไปดูอีกสักรอบสิ ไม่แน่ว่าอารมณ์เย็นลงแล้วอาจจะพูดจากันง่ายขึ้น” คุณภานนแนะนำอย่างคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาตลอด “เราจะไปถือโทษโกรธเขาก็ไม่ได้หรอกยังไงซะเขาก็คือคนที่เสียหายมากที่สุด”

   “คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ” ธีภพมองบิดามารดาอย่างไม่มั่นใจ ครอบครัวของเขามักไม่พอใจเสมอเวลาที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวเขากับวีณา

   “ธีฟังแม่นะ” คุณหญิงถอนใจก่อนบอกลูกชายอย่างใจเย็นที่สุด “พ่อกับแม่ไม่เคยคิดรังเกียจคนที่ลูกรัก การที่แกกับวีณาตัดสินใจแต่งงานกันพวกเราก็ไม่เคยคิดขัดขวาง แม้ว่าเราจะอยากให้แกทั้งคู่ดูใจกันอีกสักพัก แต่เมื่อตกลงกันได้พ่อกับแม่ก็ยินดี เพราะเรารักลูกเข้าใจไหม”

   ธีภพเดินมาคุกเข่าตรงหน้าคุณหญิงฉัตรดาราก้มกราบลงไปที่ตักของท่านและหันไปทำแบบเดียวกันกับคุณภานน “ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าทุกคนรักผม แต่ผมก็ยังอดคิดตามคำคนอื่นไม่ได้”

   “ไม่เป็นไรหรอก พ่อกับแม่เข้าใจว่าแกกำลังกลุ้ม” คุณภานนบอกลูกชายอย่างไม่ถือสา “เข้มแข็งนะธี พยายามติดต่อวีณาให้ได้ ตอนนี้เขาเองก็คงสับสนเหมือนกัน เราอย่าลืมว่าวีณาเองก็เป็นคนมีชื่อเสียง ผ่านมันไปให้ได้นะลูก”

   “ขอบคุณครับ” ธีภพมองทุกคนด้วยความซาบซึ้ง แม้จะขายหน้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ทุกคนก็ยังคอยปลอบใจและให้กำลังใจเขาเสมอ






   เจ้าสาวคนดังที่งานวิวาห์ล่มก็เก็บตัวเงียบในห้อง กอดเข่านั่งเหม่อบนเตียงใกล้ๆ นั้นมีขวดเหล้าและแผงยาวางอยู่ ดวงตาฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์เหล้าแต่กลับไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจ วีณาไม่ใช่คนอ่อนแอ ถ้าแผนหนึ่งพลาดเธอก็มีแผนสองสำรองไว้เสมอ เพียงแต่เกมนี้เดิมพันสูงนัก มีหมากสำคัญสองตัวที่เธอจะต้องควบคุมให้อยู่
สถานะในตอนนี้แน่นอนว่าเธอเป็นต่ออยู่นิดๆ จากการเป็นคนถูกทิ้ง แต่มันไม่พอสำหรับเธอหรอก ถ้าจะเอาให้อยู่เธอจะต้องยกระดับความรุนแรงขึ้นไปอีกขั้น จะต้องกำจัดพิพัฒน์ให้พ้นทางและทำให้ธีภพไม่สามารถทอดทิ้งเธออีกเลยตลอดชีวิต

   หญิงสาววางมือลงบนหน้าท้องแบนราบ ค่อยๆ เปิดยิ้มเหี้ยมเกรียม เด็กในท้องเธอคือตัวเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากัน คือของเดิมพันที่จะทำให้ผู้ชายทั้งสองคนต้องสยบอยู่ใต้เท้าเธอ หากเสียลูกไปพิพัฒน์ต้องคลั่งแน่ มันก็สมควรแล้วกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ ส่วนธีภพผู้น่าสงสารก็คงจะหัวใจสลายที่ต้องเสียลูกไปเช่นกัน เธอจะโยนความผิดทั้งหมดใส่เขา ความรู้สึกผิดจะกัดกินใจเขาไปตลอดชีวิตและเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ

   สำหรับเธอไม่เคยคิดจะเอาเด็กไว้อยู่แล้ว แค่ท้องก็คือความผิดมหันต์ เธอพลาด พิพัฒน์ก็พลาดเช่นกัน ไม่คิดว่าเขาจะอยากได้ลูก อย่าหวังเลยว่าเธอจะปล่อยให้มารหัวขนออกมาประจาน

   วีณายกขวดเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนจะโยนขวดทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ มือเธอสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังหยิบแผงยายกขึ้นสูงระดับเดียวกับใบหน้า

   “แม่ขอโทษนะลูก แต่หนูมาผิดที่ ผิดเวลาจริงๆ”

   หญิงสาวเริ่มลงมือตามวิธีที่คนขายแนะนำ ชั่ววินาทีความรู้สึกผิดพัดวูบเข้ามาในใจ มือสั่นๆ จึงชะงักไป แต่เมื่อคิดถึงความวุ่นวายที่จะต้องเจอทำให้เธอลงมือต่ออย่างไม่ลังเล

   “ทุกๆ อย่างจะต้องเรียบร้อย” ได้แต่ปลอบใจตัวเองเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหลับตา รอเวลาให้ยาออกฤทธิ์ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะผ่านพ้น





   ธีภพมาหาวีณาเหมือนเช่นเคย แม้ก่อนหน้านี้จะมาเก้อหลายรอบแล้ว วีณาไม่ค่อยบอกอะไรกับเขามากนักและนี่ก็เป็นที่เดียวที่เขากับเธอใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้จะได้เจอเธอ ชายหนุ่มเปิดประตูได้อย่างง่ายดาย อาจเป็นสัญญาณที่ดี ไม่แน่ว่าเจ้าของห้องจะใจอ่อนกับเขาก็เป็นได้

   “วี” ชายหนุ่มเรียกเจ้าของห้อง มีเพียงความเงียบตอบกลับมา “วี...คุณอยู่หรือเปล่า”

   ชายหนุ่มเดินดูจนทั่วแต่ก็ไม่พบ ห้องนอนคือจุดสุดท้ายที่เขาจะเข้าไป ความเงียบทำให้เขาชักกลัว จากที่ดีใจตอนนี้ชักจะหวั่นใจแทนเสียแล้ว และทันทีที่ผลักประตูเข้าไปภาพที่เห็นทำให้เขาตะโกนออกมาสุดเสียง

   “วี!”

   ร่างของวีณานอนจมกองเลือดอยู่บนเตียง ธีภพเข้าไปประคองร่างนางแบบสาว มองเลือดที่ไหลออกจากกายเธอ หญิงสาวปรือตาขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเขาก็พยายามผลักไส

   “เกิดอะไรขึ้นวี ทำไมถึงมีเลือดออกมาเยอะแบบนี้ คุณเป็นอะไร”

   “เขา...ไม่ควรเกิดมามีพ่ออย่างคุณ” วีณากัดฟันบอกก่อนที่สติของเธอจะดับวูบ

   ธีภพตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก สั่นสะท้านไปทั้งกาย ทบทวนคำพูดของคนรัก ไม่ควรเกิดมามีพ่ออย่างเขา เกิด? นี่วีณากำลังตั้งท้องลูกของเขาเหรอ คุณพระ ลูก! ชายหนุ่มมองคนในอ้อมแขนตั้งใจจะถามว่าเธอกำลังจะมีลูกกับเขาใช่ไหมแต่วีณากลับหมดสติไปแล้ว

   “วี!”

   “ไม่นะ อย่าเป็นอะไรไปนะคนดี ผมจะพาคุณไปหาหมอ อดทนไว้นะครับ คุณกับลูกจะต้องปลอดภัย” ชายหนุ่มละล่ำละลักกอดร่างไร้สติ เธอจะต้องปลอดภัย วีณากับลูกในท้องจะต้องปลอดภัย

   




   เมฆาพาพ่อกับแม่มาโรงพยาบาลเป็นการด่วนเพราะธีภพโทรไปบอกข่าว ทุกคนร้อนใจห่วงทั้งวีณาและตัวธีภพ ตอนคุยโทรศัพท์ก็ชักจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว เขาจึงต้องรีบมา

   “ธี เกิดอะไรขึ้นลูก วีเป็นอะไรถึงเข้าโรงพยาบาลกะทันหันแบบนี้” คุณหญิงฉัตรดาราถามลูกชายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก สังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าเนื้อตัวลูกชายยังมีคราบเลือดติดอยู่ หัวอกคนเป็นแม่สงสารลูกชายคนเล็กขึ้นมาจับใจ ภายในอาทิตย์เดียวกันลูกของเธอนั้นต้องตัวเปื้อนเลือดถึงสองครั้งแล้ว

   “แม่ครับ” ธีภพผวากอดมารดาแน่นบอกเสียงเครือ “หมอบอกว่าวีตกเลือด”

   “ตกเลือด!” ทุกคนตรงนั้นต่างตะลึง ก่อนที่คุณหญิงจะถามออกมาเสียงสั่นเครือ “วีท้องหรือลูก”

   “ครับแม่ เขาท้อง แม่...ผมกลัว ลูกของผมจะปลอดภัยใช่ไหมแม่ ผมกลัวเหลือเกิน”

   “โธ่...ธี” คุณหญิงทรุดตัวลงนั่งพลางดึงร่างลูกชายมากอด ลูบหัวลูกหลังปลอบประโลม ลูกของเธอตาแดงก่ำ เนื้อตัวสั่นราวจับไข้ ลูกของเธอกำลังทุกข์ทรมานแทบขาดใจ

   “ใจเย็นๆ นะธี พวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร ทั้งวีณาและเด็กในท้องจะต้องปลอดภัย เชื่อแม่”

   เวลาแห่งความทรมานช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า สายตาแห่งการรอคอยจดจ่ออยู่จุดเดียวกันนั่นคือประตูห้อง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครออกมาจากห้องนั้นเสียที

   คุณหญิงฉัตรดาราบีบมือลูกชายทั้งที่เธอเองก็กลัวอยู่ไม่น้อย คุณภานนและเมฆายืนมองหน้าห้องด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ทั้งสี่ขยับตัวเมื่อในที่สุดประตูนั่นก็เปิดออก แต่ธีภพก็ยังเร็วกว่าคนอื่นๆ

   “เป็นไงบ้างครับหมอ” ชายหนุ่มถามด้วยเสียงสั่นๆ

   “แม่ปลอดภัยครับ ส่วนเด็กในท้องเราเสียใจด้วย เราพยายามกันเต็มที่แล้วครับ”

   “หมายความว่าไงหมอ” ธีภพกระชากคอเสื้อหมออย่างเอาเรื่อง เมฆาจึงต้องรีบมาดึงน้องชายออก

   “ผมเสียใจด้วยครับ เราเสียเด็กไปก่อนที่จะมาถึง” แล้วคุณหมอก็ทิ้งให้ทุกคนเผชิญกับความเจ็บปวด

   “ไม่!!!” ธีภพร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ไม่จริงใช่ไหม ลูกผมยังไม่ตายใช่ไหม หมอโกหกผมใช่ไหม ไม่จริง...”

   “ธี...” คุณหญิงกอดลูกชายน้ำตาไหลพราก

   “ไม่จริง ลูกผมยังไม่ตาย” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ชีวิตน้อยๆ ที่เขาไม่มีโอกาสได้รู้ว่ามีอยู่ บัดนี้ได้จากไปแล้ว จากไปโดยที่เขาไม่อาจทำอะไรได้นอกจากนั่งรอ “ได้โปรดเถอะ ให้ผมตายแทนซะยังดีกว่า”

   “ทำใจเถอะลูก ยังไงเขาก็ไม่สามารถกลับมาได้แล้ว คิดว่าเขาทำบุญมาแค่นี้” คุณภานนได้แต่ปลอบลูกชายและเตือนให้เขาเข้มแข็ง “ถ้ามัวแต่เสียใจฟูมฟายแล้วใครจะดูแลวีณาล่ะลูก ตอนนี้จิตใจเธอจะย่ำแย่สักแค่ไหน”

   “เป็นเพราะผม เพราะผมคนเดียว” ความเสียใจมากมายทำให้ธีภพไม่อาจทำใจได้ ชายหนุ่มกำหมัดชกพื้นโรงพยาบาลอย่างคลุ้มคลั่ง ครู่เดียวพื้นตรงนั้นก็เปรอะเปื้อนเลือดจากหมัดของเขา

   “ไอ้ธี! แกหยุดบ้าได้แล้ว ลูกแกตายไปแล้ว เข้าใจไหม เลิกคลั่งได้แล้ว เมียแกกำลังรอแกอยู่ในห้องหรือแกอยากเสียเขาไปอีกคนหา!” เมฆากระชากคอน้องชายให้ลุกขึ้นก่อนจะตะคอกใส่หน้าอีกฝ่ายให้รู้สำนึก

   “พี่เมฆ” ธีภพกอดร่างพี่ชายและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร

   “ฉันรู้ว่าแกเสียใจ แต่แกเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ดูแลวีณาให้ดีแล้วแกจะมีลูกอีกกี่คนก็ไม่มีใครว่า”

   ธีภพคิดตามคำพูดของพี่ชายและหวนนึกไปถึงวีณา คำพูดก่อนที่เธอจะหมดสติมันยังตามมาหลอกหลอนเขา...

   “เขา...ไม่ควรเกิดมามีพ่ออย่างคุณ”

   วีณาจะอภัยให้เขาหรือ เขาทำลายชีวิตเธอ ทำลายชื่อเสียง และทำลายลูกของตัวเอง แล้วอย่างนี้วีณาจะยอมมีลูกกับเขาอีกจริงหรือ...แล้วถ้าไม่ล่ะ ถ้าวีณาไม่ยอมอภัยให้เขา เขาจะทำอย่างไร

   “ตั้งสติให้ดี เป็นหลักให้เมียแกให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นฉันจะจัดการให้”

   เรื่องราวลุกลามใหญ่โตขั้นนี้ขืนปล่อยไว้เฉยๆ ยุ่งแน่ ครอบครัวของเขาอาจไม่สนใจเรื่องชื่อเสียง แต่วีณาคงไม่ใช่แน่ๆ นางแบบแถวหน้าเมืองไทยเพิ่งจะวิวาห์ล่มไปเป็นคราวใหญ่ครึกโครม ถ้ามีข่าวแท้งลูกออกไปอีก ชื่อเสียงของวีณาคงหมดกัน เมฆาจะต้องจัดการให้เรื่องนี้มีคนรู้น้อยที่สุด เขารู้จักกับเจ้าของโรงพยาบาล มันจึงง่ายที่จะคุยกัน

   “เอาล่ะ แกรออยู่นี่ส่วนฉันจะไปคุยกับทางโรงพยาบาลเรื่องข่าวที่อาจจะเกิดขึ้น วีณาแท้งลูกจะต้องเป็นความลับ”   







   สีขาวสะอาดตาปรากฏเบื้องบน อีกทั้งกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย บุษบงกะพริบตาปริบๆ ลำดับความคิดของตัวเอง ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอแน่นอน บ้านเช่าหลังเก่าที่เธอค้างค่าเช่าไว้ไม่มีเพดานสะอาดเอี่ยมอย่างนี้ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง นี่จะมัวมานอนชมเพดานบ้านใครไม่ได้ เธอจะต้องรีบไปจ่ายค่าเช่าไม่อย่างนั้นเจ๊ใจแสนโหดได้เฉดหัวเธอออกจากบ้านแน่ เพราะเจ๊แกจ้องจะไล่เธอมาหลายรอบแล้ว หญิงสาวตั้งใจลุกแต่กลับเจ็บจนต้องครางออกมาหลังจากพลิกร่างไปทับแขนข้างที่เจ็บพอดี นั่นล่ะเธอจึงมีเวลามองสำรวจรอบๆ ห้อง โรงพยาบาลสินะ เกิดอะไรขึ้นกับเธอถึงต้องมาอยู่นี่แล้วของแขนเธอเป็นอะไรทำไมมันถึงได้เจ็บแบบนี้

   บุษบงหลับตาทบทวนเหตุการณ์ กระเป๋าเธอถูกกระชากแล้วเธอก็วิ่งตามไอ้โจรนั่นจนกระทั่งร่างของเธอวิ่งไปชนอย่างแรงกับรถคันหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

   “รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ” พยาบาลที่เดินเข้ามาพร้อมถาดยาเอ่ยทัก “คุณหลับนานซะจนพวกเราเป็นห่วงเลยค่ะ”

   “ใครเป็นคนพาฉันมาที่นี่คะ” หญิงสาวถามทั้งที่รู้สึกแสบคอไปหมด

   “คนที่ขับรถชนคุณนั่นแหละค่ะ” พยาบาลเล่า วางถาดยาลง “เขาเป็นห่วงคุณมากเลยนะคะ ตอนที่คุณเสียเลือดมากจนช็อกน่ะก็ได้เลือดเขานี่แหละค่ะช่วยไว้ ทั้งที่เขาต้องไปเข้าพิธีแต่งงาน แต่สงสัยจะไปไม่ทันค่ะเพราะข่าวลงเสียครึกโครมเลยว่าวิวาห์ล่ม”

   “อะไรนะคะ” คนเจ็บอุทานอย่างตกใจ “วิวาห์ล่ม เขาไม่ได้แต่งงาน”

   พยาบาลพยักหน้ายืนยัน “ใช่ค่ะ เขาไปไม่ทัน เจ้าสาวอาละวาดใหญ่เลย และที่สำคัญนะคะพอเขาบริจาคเลือดให้คุณเสร็จก็หลับยาว ตื่นอีกทีก็บ่ายแล้ว ยังไงก็ไปไม่ทันหรอกค่ะ”

   “โธ่...” คำบอกเล่าของพยาบาลทำให้บุษบงรู้สึกผิดและเห็นใจคู่กรณี จำได้ว่าเธอวิ่งตามไอ้โจรนั่นไปติดๆ แล้วมันก็วิ่งตัดหน้ารถคันสุดท้ายที่พุ่งออกมาจากสัญญาณไฟจราจร มันรอด แต่เธอกลับโดนรถคันนั้นชนเต็มแรง

   บุษบงไม่คิดจะโทษเขา มันเป็นคราวซวยของเธอที่ประเดประดังเข้ามาเป็นชุด โดนกล่าวหาว่ายุ่งกับสามีคนอื่น โดนไล่ออก โดนโจรกระชากกระเป๋า สุดท้ายก็โดนรถชน แล้วต่อไปเธอจะโดนอะไรอีก ทำไมเธอถึงโชคร้ายไม่มีที่สิ้นสุดแบบนี้ หญิงสาวหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ก่อนจะถามพยาบาลอีกครั้งทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท

   “เขาชื่ออะไรคะคุณพยาบาล คนที่พาฉันมาที่นี่”

   “คุณธีภพค่ะ” พยาบาลบอกพลางดึงผ้าขึ้นห่มให้ “ดูคุณยังเพลียๆ พักผ่อนนะคะ ร่างกายยังไม่แข็งแรงถ้าหักโหมมากไปจะเป็นอันตรายได้”

   หญิงสาวลืมตากับคำเตือนนั่น “อันตราย? ฉันเป็นอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

   พยาบาลอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ จนคนเจ็บต้องขอร้องออกมาอย่างน่าสงสารจนในที่สุดเธอก็ยอมเปิดปาก ถึงเธอจะยังไม่บอกกับคนไข้ตอนนี้ พออาการดีขึ้นหมอก็ต้องบอกกับคนไข้อยู่ดี

   “หลังจากตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียด ทุกอย่างยังปกติดีค่ะแต่...”

   “แต่อะไรคะ ฉันเป็นอะไรกันแน่” บุษบงรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก เธอจะต้องเจอเรื่องร้ายๆ อีกแล้วใช่ไหม

   “เราตรวจพบว่าลิ้นหัวใจของคุณทำงานผิดปกติ แต่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ เป็นความผิดปกติที่มันไม่ได้ร้ายแรง” พยาบาลยิ้มปลอบใจคนไข้ก่อนอธิบายให้เธอคลายกังวล

   “อะไรที่มันผิดปกติ ไม่ตกใจไม่ได้หรอกค่ะ ฉันจะตายมั้ยคะ”

   “ไม่หรอกค่ะ อย่าเพิ่งกังวล มันก็แค่...”

   บุษบงหลับตาฟังนางพยาบาลคนนั้นพูด ทุกคำบอกเล่าผ่านเธอไปเหมือนสายลม นอกจากมันจะไม่ทำให้เธอเบาใจแล้วมันยังทำให้เธอสมเพชตัวเองมากขึ้น บางทีคราวนี้มันอาจไม่ใช่โชคร้ายแต่มันเป็นโชคดีที่จะทำให้เธอได้พบพ่อกับแม่เร็วขึ้นต่างหาก...

   “คุณพยาบาลคะ” คนเจ็บเรียกเสียงแห้ง พอเห็นว่าอีกฝ่ายรอฟังอยู่ บุษบงจึงออกปากขอร้อง “กรุณาอย่าบอกใครเรื่องนี้นะคะ”

   “แต่คุณธีภพสั่งไว้ว่า...”

   ยังไม่ทันที่พยาบาลคนนั้นจะพูดจบ บุษบงก็แทรกขึ้น “ช่วยบอกเขาแค่อาการทั่วไปได้ไหมคะ ที่เขาไปแต่งงานไม่ทันฉันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ อีกอย่างโรคนี้ก็เกิดจากตัวฉันไม่ใช่ผลจากการโดนชน ฉันขอร้องนะคะ ช่วยบอกคุณหมอด้วย อย่าบอกเขา”

   พยาบาลมองเธอนิ่ง “เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่กับคุณหมอฉันไม่แน่ใจนะคะ”

   “ไว้ฉันจะคุยกับหมออีกทีค่ะ ขอบคุณคุณพยาบาลมาก” หญิงสาวยิ้มบางๆ หลับตาลงอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย...