ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 1 รสสวาทนายหัว 2/2  (อ่าน 68 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 1 รสสวาทนายหัว 2/2
« เมื่อ: มีนาคม 28, 2017, 01:14:46 PM »
เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบเข้ากับแผ่นผิวน้ำทะเลกว้างใหญ่เกิดประกายระยิบระยับแวววาววับราวกับเกร็ดเพชร เงาตะคุ่มสีดำที่หลับใหลในยามราตรีจึงปรากฏชัดขึ้นมาเห็นเป็นเกาะแก่ง ทิวแถวเขายาวสูงต่ำสลับสล้าง และสีเขียวของต้นไม้นานาพันธุ์กระจ่างชัดขึ้นมาบนยอดเขาสูง ริมชายหาดแถบหลังเกาะแห่งนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่อยู่กันมาช้านาน บ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม สร้างจากไม้เก่าๆ ไม่มั่นคงนัก หลังคามุงด้วยสังกะสีเป็นสนิม เรือหาปลาลำน้อยหลายลำจอดอยู่ที่ปลายสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเล ผู้คนในหมู่บ้านยึดอาชีพหาปลาสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ดำรงวิถีชีวิตแบบเก่าก่อน และเกือบทุกครัวเรือนแถวนี้รู้จักรักใคร่กันหมด
ภายในบ้านไม้เก่าคร่ำคร่าหลังคามุงด้วยสังกะสี ครอบครัวหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูกสาววัยสิบหกปี กำลังนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน เช้านี้มีปลาทอด ไข่เจียวหอมกรุ่น และข้าวสวยร้อนๆ ลมรำเพยพัดโชยมาจากที่แสนไกลปะทะหลังคาสังกะสีพะเงิบพะงาบคล้ายกับจะหลุดมิหลุดแหล่ กลมเกลียวกับเสียงคลื่นกระทบชายหาดดังซ่าๆ
“วันนี้หนูจะไปสมัครงานที่รีสอร์ตนะแม่” ต้นหลิวบอกกับผู้เป็นแม่ หลังจากตัดสินใจแน่วแน่มาทั้งคืนแล้ว
พ่อกับแม่เงยหน้าขึ้นจากชามข้าวแทบจะพร้อมกันและจ้องมองที่ลูกสาว
“หนูคิดดีแล้วหรือที่จะไม่เรียนต่อ” ผู้เป็นแม่ถาม นางน้อยเป็นผู้หญิงสวย รูปร่างผอมเพรียว อายุสี่สิบต้นๆ เท่านั้น
ต้นหลิวนั้นอยากเรียนต่อให้สูงขึ้นไปกว่านี้ รู้ดีว่าวุฒิแค่มอสาม จะไปประกอบอาชีพอะไรได้ ก็คงต้องมานั่งรับจ้างตากปลาเหมือนกับแม่นี่แหละ โรงเรียนในเกาะก็สูงสุดได้แค่นี้ หากจะเรียนต่อก็ต้องนั่งเรือไปเรียนที่ฝั่งโน้น ซึ่งต้องมีค่าเรือทั้งไปและกลับที่แพงโข และเพราะความยากจนของพ่อกับแม่นั่นล่ะที่ทำให้ต้นหลิวตั้งใจที่จะทำงานเลยเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายของครอบครัว
เมื่อก่อนนี้ยังหาปลาได้เยอะ แต่ระยะหลังสี่ห้าปีมานี้หาปลาได้น้อยลง แถมเมื่อปีที่แล้ว เรือหาปลาของพ่อยังถูกพายุพัดจมทะเลอีก พ่อต้องไปกู้เงินเขามาต่อเรือลำใหม่ ยังเป็นหนี้เป็นสินและยังต้องจ่ายดอกให้เขาทุกเดือน
“พ่ออยากให้ต้นหลิวเรียนต่อนะ”
นายผา กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
พ่อของเด็กสาวอยู่ในวัยสี่สิบปลาย แม้ใบหน้าจะกร้านแดดลม เพราะต้องออกเรือหาปลาอยู่เป็นนิจ แต่ก็ยังฉายแววหล่อเหลาเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มให้เห็นได้ ผู้เป็นบิดาปวดแสบปวดร้อนเข้ามาในอก รู้สึกผิดที่ไม่สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้
“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ ทำงานไปด้วยก็เรียนไปด้วยได้ หนูจะเรียน กศน. เอาพ่อ อ่านหนังสือ พอถึงเวลาก็ไปสอบ”
เด็กสาวบอกอย่างนั้นเพื่อให้พ่อสบายใจ เธอยังไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าหน่วยกิจเลย เงินที่ได้จากการขายปลา ซื้อข้าวสาร หัวหอมหัวกระเทียม ค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้จ่ายในแต่ละเดือนยังแทบไม่พอ แล้วยังต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยให้เขาอีก บางวันถึงกับไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อเลยทีเดียว ปลาที่พ่อหาได้ก็น้อยลงไปทุกวัน แม่ก็มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการรับจ้างตากปลาของเพื่อนบ้าน
ต้นหลิวอายุแค่สิบหก แต่มีแววตาที่มุ่งมั่นเหลือเกินเมื่อสบมองกับพ่อ ถ้าเธอได้ทำงาน มีเงินเดือน ครอบครัวของเธออาจจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ก็ได้   

เด็กสาวสวมเสื้อยืดที่ใหม่ที่สุดและกางเกงยีนขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ เดินเท้าเกือบๆ หนึ่งกิโลเมตร จากท้ายเกาะ ลัดเลาะตามถนนจนมาถึงรีสอร์ต ที่เธอตั้งใจจะมาสมัครงาน ทางเข้าเป็นซุ้มดอกไม้ประดับประดาอย่างประณีต  ที่นั่นสวยงามและหรูหรา ใหญ่โตที่สุดในเกาะแล้ว มีคนบอกว่ารีสอร์ตแห่งนี้รับคนงาน ต้นหลิวก็เลยมา
ที่หน้ารีสอร์ตกำลังต่อเติมห้องกระจกขนาดใหญ่ ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกัน ผู้ใหญ่วัยกลางคนสามคนกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมายืนอยู่แถวนั้น พวกเขาก็ตาลุกวาวและพากันทิ้งงานในมือ มองที่ต้นหลิวอย่างสนใจและหนึ่งในสามก้าวเข้ามาคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อชายรูปร่างกำยำชี้มือบอกให้เข้าไปด้านในอย่างเอื้อเฟื้อ เด็กสาวจึงยกมือไหว้ขอบคุณแล้วก้าวเข้าไปอย่างไม่รีรอ
ในส่วนต้อนรับนักท่องเที่ยว ต้นหลิวไปยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงนั้น หญิงสาวที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองที่เธอ เด็กสาวรีบยกมือขึ้นไหว้ทันทีอย่างนอบน้อม
“หนูมาสมัครงานค่ะ”
โสภาเป็นสาวสวย รูปร่างบอบบาง อายุสามสิบต้นๆ ผู้มีหน้าที่ดูแลรีสอร์ตแห่งนี้ หล่อนมองต้นหลิวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างประเมินนิดหน่อย ว่าจะทำงานไหวหรือไม่ เพราะเห็นว่าเป็นเด็กสาวตัวเล็ก ผอมแห้ง
“ทำอะไรเป็นมั่งล่ะ” โสภาถามราบเรียบ
ต้นหลิวยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“หนูทำได้หมดทุกอย่างค่ะ”
เธอตอบอย่างมั่นใจ เพื่อเงินแล้ว เธอพร้อมที่จะทำงานได้ทุกอย่าง หากสิ่งไหนที่ยากเกินไป เธอก็ตั้งใจจะเรียนรู้ และคิดว่าไม่มีสิ่งใดที่จะยากเกินไปหากตั้งใจจะทำมันจริงๆ ขอแค่ให้เธอได้งานทำ เธอมีเงินเดือน พ่อและแม่คงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ เด็กสาวต้องการแบ่งเบาภาระของครอบครัว ค่ากิน ค่าอยู่ ไหนจะค่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่ายให้เขาทุกเดือนอีก
“เธอพร้อมเริ่มงานวันไหนล่ะ” ฝ่ายนั้นถาม
“วันนี้เลยค่ะ”
ต้นหลิวบอกอย่างดีใจ

ริชาร์ดแล่นเรือสปีดโบทราคาแพงของเขาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เข้าจอดที่ท่าเรือส่วนตัวหน้าเกาะ ชายหนุ่มกระโดดขึ้นไปบนสะพานปูนอย่างคล่องแคล่วแล้วก้าวไปตามทางเดิน ไม่ถึงห้าสิบเมตรก็ถึงคฤหาสน์ของเขาแล้ว อาคารสองชั้นใหญ่โตโอ่อ่ารูปทรงโมเดิร์นแปลกตาที่ตั้งตระหง่านอยู่ต้นสะพานนั่นเอง ชายหาดสีขาวสะอาดตางดงามเลาะเลียบไปกับทะเลที่ถูกล้อมด้วยแนวภูเขายาวสีเขียว
ป้าแหวว แม่บ้านเก่าแก่วัยห้าสิบกว่าส่งยิ้มให้อย่างต้อนรับที่หน้าประตูบ้านและส่งเสียงทักทายอย่างดีใจที่เจ้านายกลับมา
“นายหัว กินอะไรมาหรือยังคะ”
“ยังเลยครับ หิวแทบแย่” ริชาร์ดบอกด้วยรอยยิ้ม
“มาเลยค่ะ ป้าเตรียมของโปรดไว้ให้นายหัวเยอะแยะ”
ภายในนั้นตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับสไตล์สแกนดินีเวีย ใช้โทนสีอ่อน และจัดวางเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่อย่างโล่งๆ ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งสบายและอบอุ่นไปในคราวเดียวกัน หน้าต่างถูกเปิดไว้ปล่อยให้ลมทะเลพัดเข้ามาให้ความเย็นสบายดีเหลือเกิน
ริชาร์ดนั่งลงที่โต๊ะอาหารภายในห้องหรูหรา ป้าแหววก็ยกอาหารมาเสิร์ฟให้ ชายหนุ่มกินอาหารได้มาก เพราะทดแทนพลังงานที่เสียไปอย่างหนักในเมื่อคืนและช่วงเช้า เขาตั้งใจจะนอนสักตื่นแล้วค่อยออกไปดูแลกิจการงานของเขา เมื่ออิ่มข้าวแล้วชายหนุ่มก็ก้าวเข้าสู่ห้องนอนของตนเองที่ชั้นบน แก้ผ้าออก เปลือยตัวเองล่อนจ้อน อวดโชว์แผ่นอกหนั่นแน่นและร่างกายกำยำงดงามอีกหน ก้าวเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลและไอเค็มจากทะเล ไม่นานนักบุรุษหนุ่มรูปงามก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมยาวกรอมเท้าและฮึมฮัมเพลงต่างประเทศอย่างสบายอารมณ์ นานเป็นเดือนนั่นแหละกว่าเขาจะไปหาความสุขแบบนี้สักครั้ง 
กำลังจะล้มตัวลงบนเตียงนุ่ม ตั้งใจจะนอนสักหน่อย เพราะรู้สึกง่วงและอ่อนเพลียเหลือเกิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสร้างความหงุดหงิด แต่เขาก็กดรับ
“นายหัวครับ มาที่สะพานปลาหน่อยครับ พอดีมีเรื่องนิดหน่อย”
ริชาร์ดวางสายลงแล้วส่ายหน้า พลางพ่นลมหายใจออกมา ลุกขึ้นแล้วเปลื้องเสื้อคลุมออกจนตัวเองเปลือยเปล่าอีกครั้ง เลื่อนเปิดตู้เสื้อผ้าแบบบิ้วอินท์ขนาดใหญ่ซึ่งภายในนั้นมีเสื้อผ้าอย่างดีมากมาย ชายหนุ่มหน้ามุ่ยเลือกหยิบเสื้อยืดออกมาใส่อย่างเร่งด่วน เขาสวมกางเกงยีนขายาวอย่างว่องไว คว้าปืนสีดำมันวับในลิ้นชักขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวแล้วหุนหันออกไป 

ต้นหลิวเริ่มทำงานในบ่ายของวันนั้นเลย เธอดีใจมาก สาวสวยคนนั้นแนะนำตัวกับเธอว่าชื่อโสภา มีอะไรไม่เข้าใจเธอก็ถามหล่อนได้เลย ต้นหลิวขออนุญาตกลับไปบอกพ่อกับแม่ที่บ้านเสียก่อนว่าเธอจะเริ่มทำงานวันนี้เลย พี่โสภาก็ไม่ว่า
นางน้อยถึงกับร้องไห้ออกมาทีเดียวเมื่อรู้ว่าลูกสาวได้งาน พ่อไม่อยู่ ออกไปหาปลาแล้ว ต้นหลิวกอดกับแม่ไว้แน่นและรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ภูมิใจที่มีส่วนได้ช่วยเหลือครอบครัว หลังจากนั้นก็เดินย้อนกลับมาที่รีสอร์ตอีกครั้ง และเธอตั้งใจทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น
ที่รีสอร์ตแห่งนั้นมีบ้านพักสไตล์โมเดิร์นหรูหราอยู่สิบกว่าหลัง แต่ละหลังราคาไม่ต่ำกว่าสองสามล้านบาท ตกแต่งในทุกส่วนอย่างสวยงามที่สุด มีคนงานทำความสะอาดอยู่หลายคน เป็นหญิงสาวมาจากจังหวัดอื่น ต้นหลิวเลยยังไม่ได้ทำความรู้จักเท่าไหร่ แต่คิดว่าอยู่ๆ กันไปก็คุ้นเคยกันไปเอง นักท่องเที่ยวส่วนมากที่มาพักที่นี่เป็นชาวต่างชาติทั้งนั้น ต้นหลิวแอบเห็นพี่โสภาพูดคุยภาษาอังกฤษกับฝรั่ง เธอยังมองหล่อนอย่างชื่นชม นอกจากเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ แล้ว โสภายังเก่งรอบด้านอีกด้วย รีสอร์ตนั้นมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และสวนหย่อมส่วนกลางซึ่งประดับไปด้วยต้นไม้งดงามและเก้าอี้บนสนามหญ้าสำหรับมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ หรือจัดกิจกรรมยามค่ำคืน
สาวน้อยหิ้วไม้ถูพื้นอันใหญ่และถังน้ำใบโตกระหืดกระหอบไปตามทางเดินเพื่อจะไปยังบ้านพัก ที่นักท่องเที่ยวเพิ่งออกไปเมื่อเช้า ตั้งใจไปทำความสะอาดบ้านพักตามที่ได้รับมอบหมาย ชายต่างชาติตัวสูงใหญ่เดินสวนมา ด้วยความรีบร้อนและไม่ทันระวัง ต้นหลิวก็สะดุดขาตัวเองทำให้เธอล้มลงกับพื้นถังน้ำคว่ำกระจายและไม้ถูพื้นนั้นฟาดเข้าที่หัวผู้ชายคนนั้นดังโครม เด็กสาวตกใจรีบลุกขึ้นยืนและยกมือขึ้นไหว้ประหลกๆ อย่างขวัญเสีย
“อุ๊ย หนูขอโทษค่ะ”
ริชาร์ดอยู่ในเสื้อยืดและกางเกงยีนขายาวตอนนั้น หลังจากไปจัดการเรื่องยุ่งๆ ที่สะพานปลา ระงับเหตุลูกน้องของเขาที่ทะเลาะกันจะฆ่าจะแกงกัน ปรี่เข้าตบหน้าลูกน้องไปคนละทีสองที แล้วกำชับอย่างโมโหว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
หลังจากนั้นริชาร์ดก็ตรงเข้ามาที่รีสอร์ตแห่งนี้ ตั้งใจจะเข้ามาดูพวกช่างที่ต่อเติมห้องกระจกด้านหน้าเสียหน่อย กะจะทำร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายสินค้าให้กับพวกนักท่องเที่ยว
หนุ่มหล่อยกมือขึ้นเกาหัวแกรก หัวแตกหรือเปล่าก็ไม่รู้ และจ้องมองลงยังอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดนิดหน่อย คิ้วขมวดมุ่น ใบหน้าบูดบึ้ง แนวคางคมคายเครียดขรึมด้วยความโมโห ง่วง จะนอนก็ไม่ได้นอน แล้วใครนะบังอาจมาลอบทำร้ายนายหัวอย่างเขาได้
เธอกล้าดีอย่างไรนะ!