ผู้เขียน หัวข้อ: พญามารบงการรัก บทที่ 10  (อ่าน 17 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 188
    • ดูรายละเอียด
พญามารบงการรัก บทที่ 10
« เมื่อ: เมษายน 14, 2017, 12:43:08 AM »
บทที่ 10

   บุษบงเผชิญหน้ากับวีณาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ร่างกายของนางแบบสาวดูซูบซีดเนื่องจากอาการเจ็บป่วย ผิดกับรูปภาพตามหนังสือแฟชั่นที่เคยเห็น ดวงตาของวีณาแห้งผากไร้ประกายความมีชีวิตชีวา แม้จะมีธีภพคอยโอบประคองไม่ห่างแต่ก็หาได้สุขสดชื่น ความรู้สึกผิดพุ่งโจมตีจิตใจของบุษบง วีณาต้องลำบากเพราะเธอแท้ๆ เจ้าสาวที่งานวิวาห์ล่มคงขวัญเสีย ยิ่งเป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้วด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ ปัญหาคงดาหน้าเข้ามาจนไม่กล้าที่จะอยู่คนเดียว

   หญิงสาวกล้ำกลืนความสะเทือนใจที่เกิดขึ้นแล้วฝืนยิ้มอ่อนโยนหวังบรรเทาความเจ็บปวดให้คนรักของธีภพ หากมีสิ่งใดที่พอชดใช้ให้ได้บุษบงก็จะทำให้อย่างสุดความสามารถ

   “วางใจเถอะค่ะ ฉันจะช่วยดูแลคุณวีณาให้ดีที่สุด” เธอสัญญากับธีภพพร้อมกับส่งยิ้มผูกมิตรให้นางแบบสาว

   “ธีไม่ต้องห่วงวีหรอกค่ะ บุษบงก็รับปากแล้วว่าจะช่วยดูแล เลิกทำหน้าขรึมได้แล้วค่ะ ไม่ไว้ใจกันเหรอ”

   “แค่เป็นห่วงน่ะ” ธีภพไม่ได้บอกหรอกว่างเขานึกห่วงใครมากกว่ากัน ภาพเกรี้ยวกราดของวีณายังติดตาอยู่ ส่วนบุษบงนะเหรอ แค่เจ๊บ้านเช่าว่าแรงๆ สองสามคำน้ำตาก็ไหลเป็นทางแล้ว

   ก็ได้แต่หวังให้ทั้งคู่คงเข้ากันได้ดี จะได้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก ถึงแม้เขาสัญญาว่าจะแวะมาอยู่เป็นเพื่อนวีณาบ้างแต่ก็ใช่ว่าจะอยู่เฝ้ากันได้ตลอดเวลา หากสองสาวจะปรับตัวเข้าหากันได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก วีณาเองก็ได้พักผ่อน ส่วนบุษบงเองก็จะได้ไม่ต้องสำนึกบุญคุณเขามากจนเกินไป

   “งั้นเดี๋ยวช่วยวีจัดของแล้วกันนะ ผมอาจจะแวะมาค้างบ้างหวังว่าคุณคงไม่อึดอัด” ธีภพบอกกับบุษบง ก่อนจะช่วยหิ้วกระเป๋าเข้าไปไว้ในห้องนอนห้องใหญ่ ห้องชุดนี้มีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง แต่แรกนั้นเขาก็เกือบจะสั่งให้ทุบทิ้งเพื่อจะได้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขึ้นอีก แต่กลายเป็นว่าช่วงนั้นเมฆารีโนเวทห้องของตัวเองเลยมาขอหลบภัย ทุกอย่างก็เลยคงไว้จนได้ใช้ประโยชน์ถึงบุษบง

   พูดกันตามตรงธีภพเองก็ออกจะกระดากใจบ้างเหมือนกันที่จะต้องมาอยู่ท่ามกลางสองสาว กับวีณาไม่เป็นไรหรอกเพราะถึงไหนต่อไหนก็ไปกันมาหมดแล้ว แต่บุษบงไม่ใช่คนที่มีลักษณะนั้น เธอดูสุขุมและค่อนข้างจะจริงจังกับชีวิตมากเกินไป เดาไม่ถูกว่าพอมาอยู่ด้วยกันกับวีณาจะเป็นอย่างไร ธีภพเองก็ไม่รู้จะห่วงใครดีระหว่างคนเจ็บที่พิษสงร้ายเหลือกับคนสุขภาพเกือบดีที่จริงจังกับชีวิต...ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีทีเถอะ

   วีณาถือโอกาสช่วงบุษบงจัดเสื้อผ้าให้นั้นเดินตามเข้ามาสำรวจภายในห้อง โดยที่ชายหนุ่มขอตัวออกไปนั่งดูทีวีข้างนอก นางแบบสาวมองไปรอบห้องก็เห็นจริงอย่างที่ธีภพบอกไว้ ห้องนี้แทบจะไม่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมอะไรเลย มีเพียงของใช้เล็กน้อยวางอยู่เท่านั้น ก็เป็นไปได้ 2 ทาง คือเขาคงไม่ค่อยได้มาจริงๆ กับคนที่กำลังจัดเสื้อผ้าของเธอจัดการเก็บกวาดไปก่อนหน้านั้นแล้ว

   ซึ่งหากเป็นกรณีหลังมันมีเรื่องให้คิดต่อไปอีกมากมายจนหัวใจว้าวุ่น แววตาแห้งผากของวีณาบัดนี้ลุกโชนไปด้วยความชิงชังยามมองมายังบุษบงที่กำลังง่วนอยู่กับงาน ยิ่งมองก็ยิ่งรุ่มร้อน ผู้หญิงที่ธีภพช่วยเหลือดูน่าทะนุถนอมนัก อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเรียบร้อยและอ่อนโยน แววตาที่มันมองธีภพนั้นวีณาเห็นชัดเจน ช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปิดเผย ทั้งเทิดทูน ปรารถนาดี ด้วยเจตนาที่จริงใจ วีณาย่อมรู้ดีผู้ชายนั้นต่อให้มั่นคงแค่ไหน ก็อดจะภาคภูมิใจไม่ได้ ความรู้สึกดีๆ ต้องเกิดตามมาอีกนับไม่ถ้วน ท่าทางโง่ๆ เซ่อๆ นั่นจะเกิดจากเนื้อในโดยแท้หรือจริตมารยาแต่งเติม แต่มันก็เป็นเสน่ห์อันเย้ายวนเชิญชวนผู้ชายทั้งโลกเข้าปกป้อง ถึงจะเซื่องๆ ไร้พิษสงแต่วีณาก็ไม่มีทางไว้วางใจ นางแบบสาวบอกกับตัวเองในใจ หากเธอไม่อยากเสียธีภพก็ต้องรีบลงมือกำจัดบุษบงไปให้พ้นทาง

   “เห็นว่าธีให้เธออยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว เป็นไงบ้าง”

   “ดีมากเลยค่ะ คุณธีภพกรุณากับฉันมากจริงๆ”

   “เขาก็เป็นแบบนี้แหละ” วีณายิ้มอ่อน นัยน์ตาเปล่งประกายพร่างพราวเมื่อกล่าวถึงคนรัก “ธี...เขาเป็นคนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นกับคนที่อยู่ใกล้เขานะ ถึงแม้ภายนอกอาจจะเฉยๆ ติดดุไปบ้าง แต่ถ้าได้ลองอยู่กับเขาน่ะ รับรองตกหลุมรักได้ง่ายๆ เลย”

    นางแบบสาวหยิบรูปชายหนุ่มบนหัวเตียงขึ้นมาไล้ปลายนิ้วด้วยความรู้สึกรักใคร่ประกอบคำพูด หวังจะให้คนที่มองอยู่จดจำเอาไว้ให้แม่นๆ ว่าธีภพมีเจ้าของแล้ว

   “คุณวีก็เป็นผู้หญิงที่โชคดีมากนะคะ” บุษบงบอกออกมาอย่างจริงใจ “คุณสองคนเป็นคู่ที่เหมาะกันมาก”

   “เธอคิดงั้นเหรอบุษบง เหมาะสมกันแล้วยังไงล่ะ งานแต่งถูกยกเลิกแถมยังต้องเสียลูกไปอีก ฉันไม่คิดว่าเป็นโชคดีหรอกนะ และเรื่องนี้ถ้าฉันจะเข้มแข็งลูกก็คงยังอยู่” คนพูดเลื่อนมือแตะหน้าท้องแบนราบ ใบหน้าของนางแบบสาวสลดหดหู่ขณะที่ย้อนถามกลับมาเสียงเศร้า

   “มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” หญิงสาวรีบขอโทษเมื่อเห็นน้ำตาของนางแบบสาวเอ่อคลอ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดอะไรให้คุณสะเทือนใจแบบนั้น ฉันแค่อยากบอกว่าคุณโชคดีที่คุณธีภพรักและห่วงใยคุณค่ะ ถึงเขาไม่พูดแต่สายตาของเขาดูห่วงใยคุณมากเลยนะคะ”

   “เพราะเขาก็เป็นแบบนี้ ฉันถึงได้รักเขาไง” วีณาฝืนยิ้ม วางกรอบรูปลงที่เก่า ลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมบอกกับบุษบงว่าจะออกไปคุยกับธีภพที่อยู่ด้านนอก

   บุษบงเห็นท่าทีโศกเศร้าก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาอีกไม่ได้ เธอไม่น่าปากพล่อยพูดจาให้กระทบใจวีณาเลย

   “ฉันขอโทษนะคะคุณวี”

   วีณาเดินจะถึงประตูหยุดชะงัก หากแต่ไม่ยอมหันกลับมา แต่ใบหน้าที่โศกเศร้าได้หายไปแล้ว นางแบบสาวเบะปากดูถูก หน้าโง่! ท่าทางนังนี่จะไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไรคงกำจัดง่ายกว่าที่คิดไว้ ถึงจะรูปร่างหน้าตาดีแต่ถ้าโง่แบบนี้ เธอคงไม่ต้องออกแรงมากนักหรอก แสดงละครเด็ดๆ สักฉากสองฉากรับรองมันได้ถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่แน่

   นางแบบสาวครุ่นคิดในใจ หากแต่ถ้อยคำที่ตอบอีกฝ่ายกลับสั่นพร่า “มันคงเป็นเวรกรรมของฉัน เธอไม่ต้องคิดมากหรอก แล้วกันไปเถอะ”

   บุษบงตกหลุมพรางของอีกฝ่ายทันที ดวงตาคูหวานปนเศร้ามองแผ่นหลังนางแบบสาวด้วยความรู้สึกผิดจับใจ




   บุษบงและวีณาใช้ชีวิตภายในห้องเดียวกันเข้าวันที่ห้าแล้ว ธีภพมักจะแวะมาเยี่ยมทุกเย็น แต่ไม่เคยมาค้าง ส่วนมากจะอยู่แค่ทานอาหารมื้อเย็นกับวีณาเท่านั้นแล้วก็กลับ

   ช่วงบ่ายบุษบงจะออกมาซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆ เพื่อเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็น วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ก่อนออกมาเธอถามวีณาอย่างเคยว่าต้องการอะไรหรือเปล่าจะได้ซื้อให้ แต่ฝ่ายนั้นก็ปฏิเสธเช่นกัน ปกติแล้วหากว่างธีภพก็จะพาวีณาไปซื้อของกันสองคน บุษบงไม่มีปัญหากับการต้องอยู่เฝ้าห้อง ออกจะสนับสนุนทั้งคู่ด้วยซ้ำไป หญิงสาวเดินเลือกของจนครบก็เดินไปจ่ายเงินและรีบกลับห้องเพราะไม่อยากทิ้งให้วีณาอยู่คนเดียวนานนัก

   แต่พอกลับมาถึงหน้าห้องก็ต้องแปลกใจ เพราะประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้ เธอมั่นใจว่าก่อนออกไปก็ล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว ทำไมมันถึงได้ถูกแง้มไว้แบบนั้น แล้ววีณาล่ะ!

   บุษบงใจหายวาบนึกถึงข่าวอาชญากรรมที่เคยดู หญิงสาวเกือบจะรีบร้อนเปิดประตูเข้าไปอยู่แล้วหากไม่ได้ยินเสียงตวาดจากภายในห้องดังออกมา

   “คุณจะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน เด็กนั่นมันตายไปแล้ว”

   เสียงของคุณวี แต่ทำไมมันถึงได้ฟังดูน่ากลัวแบบนั้น แล้วพูดถึงเด็กไหนกัน บุษบงวางของที่ซื้อมาไว้ข้างตัวอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ แอบมองลอดช่องประตู ตอนนี้มีแขกที่เธอก็ไม่รู้จักเหมือนกันว่าเป็นใคร ยืนตระหง่านหันหลังให้กับประตู เธอจึงเห็นเพียงใบหน้าอันเคร่งเครียดและดุดันของวีณาเท่านั้น

   “ก็เพราะว่าลูกฉันตายไปแล้วยังไงล่ะ ฉันถึงต้องตามมาจองล้างจองผลาญเพื่อให้ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอได้ชดใช้เวรกรรมที่เคยทำไว้ สักวันไอ้ธีมันต้องได้รู้แน่ว่าเด็กที่มันเสียใจเจียนคลั่งนั่นไม่ใช่ลูกมัน จำไว้นะวีณา ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่รับรองเธอไม่มีความสุขแน่”

   “คุณน่าจะปล่อยให้ฉันได้อยู่กับคนที่ฉันรักนะ” วีณายอมอ่อนข้อให้อีกฝ่าย ทว่าผู้ชายคนนั้นยังใจแข็งตอบกลับด้วยเสียงกระด้างยิ่งกว่าหิน

   “ไม่มีทาง ฉันจะทำลายทุกอย่างที่เป็นความสุขของเธอให้ย่อยยับ”

   เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่จะทำให้อีกฝ่ายยินยอมปล่อย นางแบบสาวก็เชิดหน้าขึ้นเหยียดยิ้ม

   “ฉันก็ไม่ยอมให้คุณทำลายชีวิตฉันฝ่ายเดียวหรอก เอาซี้...ได้ข่าวว่าแม่เลี้ยงคุณเป็นโรคหัวใจไม่ใช่เหรอ อยากได้มรดกเร็วๆ ไหมล่ะ ฉันจะช่วยสงเคราะห์นังแก่นั่นให้หัวใจวายตายแบบเฉียบพลัน เอาไหมล่ะ”

   บุษบงทาบอกตัวเอง หัวใจเธอกำลังเต้นแรงจนหน้าอกเธอเจ็บขึ้นมา ถ้อยคำสนทนาของคนในห้องกำลังให้เธอช็อก นี่มันอะไรกัน เธอสับสนไปหมดแล้ว วีณาไม่ได้ท้องกับธีภพแต่ท้องกับผู้ชายคนนั้น แล้วยังขู่ฆ่าแม่เลี้ยงของเขาอีก หญิงสาวกดมือลงที่อก สูดลมหายใจยาวๆ บอกตัวเองว่าเธอยังเป็นอะไรไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะเสียงข้างในยังไม่หยุด

   ภาพต่อจากนั้นคือวีณาถูกยึดไหล่ทั้งสองข้าง แม้จะอยู่ไกลแต่เธอก็สังเกตได้ว่ามือใหญ่คู่นั้นเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน กับหัวไหล่ที่บอบบางของนางแบบสาวมันคงจะเจ็บมากแต่วีณากลับไม่ร้องออกมาเลยสักแอะ

   “ทำอะไรลับๆ ล่อๆ ตรงนั้นน่ะบัว”

   บุษบงหันขวับตามเสียงเรียก เมฆายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกระเป๋าเอกสารทำท่าจะเดินตรงมาหา หญิงสาวรีบคว้าถุงของที่ซื้อมาอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งไปหาผู้มาใหม่แทน

   “เอ่อ พี่เมฆคะ ช่วยพาบัวไปซื้อของหน่อยได้ไหมคะ บัวเพิ่งนึกได้ว่าลืมของสำคัญ” ระหว่างที่พูดก็ออกแรงลากร่างสูงใหญ่ของเมฆาไปด้วย

   “อะไรกัน หอบพะรุงพะรังขนาดนี้ยังมีลืมอีกเหรอ” เมฆาทำหน้าแปลกใจ “แล้วทำไมถึงไม่เอาของเข้าไปเก็บในห้องก่อนล่ะ ส่งมาเดี๋ยวช่วยถือ”

   “มะ ไม่ต้องหรอกค่ะ ชักช้าเสียเวลาไว้รอเข้าห้องทีเดียวเลยดีกว่า”

   “เอางั้นเหรอ”

   “ค่ะ”

   “งั้นไปเลยก็ได้” เมฆายังไม่หมดความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร

   บุษบงผ่อนลมหายใจโล่งอก เธอไม่รู้หรอกว่าภายในห้องของธีภพจะเกิดอะไรต่อ แต่หากเมฆาเข้ามารับรู้ความจริงเข้าเรื่องคงต้องยาวและไม่หยุดแค่นี้แน่ เพราะเธอเองก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเรื่องที่ได้ฟังมานั้นมันจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน บางทีผู้ชายคนนั้นอาจต้องการแบล็คเมล์วีณาก็ได้ แล้วถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะเธอจะทำยังไงบุษบง

   หญิงสาววุ่นวายกับความคิดตัวเองเสียจนลืมคนที่ชวนให้ไปซื้อของด้วยกัน ด้านเมฆาที่จับตามองหญิงสาวอยู่ตลอดเวลาก็ยิ่งทวีความสงสัย

   “ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่”

   เพราะการที่ต้องเป็นพี่คนโตคอยดูแลน้องมาตลอดจึงทำให้เมฆารู้สึกเอ็นดูหญิงสาวราวกับน้องคนหนึ่ง และน้องสาวผู้สงบเสงี่ยมอย่างบุษบงก็ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนเจ้าน้องชายของเขา นั่นจึงทำให้เขายิ่งสนิทใจกับเธอมากขึ้น หลังจากที่เขาพบเธอครั้งแรก ก็มีโอกาสได้พบเธออีกสองสามครั้งหลังจากนั้น จนมาถึงวันนี้เพราะตั้งใจจะแวะเข้ามาเอาของที่ห้อง เห็นเธอยืนลับๆ ล่อๆ ก็เลยเข้าไปถาม ก็เลยเป็นว่าโดนเธอลากมาซื้อของด้วยซะอย่างนั้น

   “แล้วของที่ว่าต้องไปซื้อที่ไหน” ชายหนุ่มถามซ้ำขณะเอื้อมมือไปกดลิฟต์

   “คงต้องไปห้างใกล้ๆ ค่ะ เพราะซุปเปอร์มาเก็ตที่บัวไปซื้อมันไม่มี บัวถึงไม่ได้ซื้อมา” หญิงสาวบอกส่งๆ เธอต้องถ่วงเวลาเอาไว้ให้แน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นกลับไปแล้ว “เอ่อ...วันนี้พี่เมฆจะกินข้าวกับคุณธีภพหรือเปล่าคะ บัวจะได้ทำกับข้าวเผื่อ”

   “ไม่ต้องหรอกวันนี้ฉันว่าจะไปกินข้าวกับคุณแม่น่ะ ไม่ได้ไปให้ท่านเห็นหน้าหลายวันแล้วเดี๋ยวจะน้อยใจ ลูกชายคนเล็กก็ไม่กลับไปกินข้าวด้วยหลายวันแล้ว ฉันเลยต้องทำหน้าที่ลูกชายคนโตให้ดีเสียหน่อย ที่โผล่มานี่ก็ว่าจะมาเอาของน่ะ” เมฆาบอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางมองแผงเลขที่บอกชั้นต่างๆ ที่ลิฟต์ตัวนั้นเคลื่อนผ่าน

   ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 20 เมฆาและบุษบงขยับตัวไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ เพื่อให้หญิงสาวร่างสูงโปร่งและชายหนุ่มอีกคนเข้ามา

   ดวงตาคมกริบของเมฆาเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหน้าของหญิงสาวคนนั้นชัดเจน เขาเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง สวย เซ็กซี่เสียใจลมหายใจสะดุด วันนี้เธอก็ยังคงใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่าอวดท่อนขาเรียวงามเหมือนเดิม แม่สาวขางามนวลเนียนจนน่าลูบไล้ เฮ้อ...เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ชายหนุ่มขยับตัวอย่างอึดอัด พลางเหลือบมองแผงตัวเลขอีกครั้ง ชั้นที่ 20 เขาจะจำไว้พร้อมกับทำใจไปด้วย มันน่าเสียดายชะมัดที่ข้างกายเธอมีหนุ่มร่างกำยำเคียงข้างเสียแล้ว

   ทั้งหมดลงมาสู่ชั้นล่างของตัวอาคาร บุษบงเดินไปยังที่จอดรถประจำของเมฆา ทว่าเจ้าของรถกลับเดินอ้อยอิ่ง มองตามหนุ่มสาวคู่นั้นจนทั้งคู่เดินออกไปทางด้านหน้า

   “มีอะไรหรือคะ”

   “อ้อๆ เปล้าจ้ะ” ชายหนุ่มหันมาสบตากลมโตของบุษบงแล้วรู้สึกเก้อๆ อย่างไรบอกไม่ถูก มันเหมือนโดนจับได้อย่างไรไม่รู้แฮะ “ไม่มีอะไรหรอก เราไปกันเถอะ”

   “แต่บัวเห็นพี่เมฆมองผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่เธอเข้ามาแล้วนะคะ”

   “ก็มันไม่มีอะไรให้มองนี่นา แล้วเขาก็น่ามองไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ “ไปเถอะน่า เดี๋ยวกลับมาทำกับข้าวไม่ทันหรอก”

    “จริงสิคะ เราไปกันเถอะ” คำเตือนของเมฆาทำให้เธอนึกขึ้นได้ หญิงสาวจึงรีบเดินไปที่รถทันที แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถเข้าไปก็อดมองไปยังชั้นบนสุดไม่ได้ ขอให้ผู้ชายคนนั้นกลับไปเร็วๆ ด้วยเถอะ...

   เหตุการณ์ในห้องชั้นบนสุดที่บุษบงจับตามองอยู่นั้นยังดำเนินต่อไปด้วยความตึงเครียด ผู้มาเยือนยังคงรักษาความกระด้างบนใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม คำขู่ของวีณาไม่มีผลต่อเขา ไม่มีทางที่เธอจะเข้าไปถึงตัวแม่เลี้ยงของเขาได้ มือใหญ่เพิ่มแรงที่บีบต้นแขนบอบบางเข้าไปอีก

   “ถ้าเธอคิดว่าทำลายเด็กแล้วทุกอย่างจะจบลงนั้นฉันบอกได้เลยว่าเป็นการเล่นเกมที่โง่มาก มันไม่จบง่ายๆ หรอกวีณา เพราะเธอไม่ใช่คนควบคุมมัน เป็นฉันต่างหากล่ะและถ้าขืนแตะต้องสิ่งที่ฉันรักอีกครั้งล่ะก็ เธอได้เหลือแต่ชื่อแน่” พิพัฒน์ไม่ได้ขู่ เขาตั้งใจทำจริงๆ

   วีณาถูกผลักลงบนโซฟาด้วยแรงมหาศาลของพิพัฒน์ แววตาของเขาเรืองโรจน์บ่งบอกถึงความดุดันและเอาจริง หญิงสาวขบริมฝีปากจนเจ็บ ใครจะไปคิดว่าเขาจะอาฆาตเธอขนาดนี้ เธอมันโง่เองที่พาตัวไปพัวพันกับเขาจนสางกันไม่หลุดสักที

   “คุณมันก็เลวไม่ต่างจากฉันหรอก”

   “ถึงฉันจะเลวทรามยังไงก็ไม่คิดฆ่าลูกที่ไม่มีความผิด คนที่กล้าฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตัวเองน่ะ อย่าบังอาจเปรียบเทียบความเลวของตัวเองกับใครเลย” พิพัฒน์ชี้หน้ากัดฟันกรอด “เธอมันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานซะอีกวีณา นับต่อไปจากนี้ก็เตรียมตัวรับกรรมไว้ดีๆ แล้วกัน ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น จำเอาไว้!”

   นางแบบสาวกรีดร้องอย่างสิ้นความอดทน ไม่เคยมีใครมาประณามหยาดเหยียดเธอแบบนั้น ถึงเธอจะเลวอย่างไรเขาก็ไม่มีสิทธิ์ ชีวิตเป็นของเธอ เธอต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง และพิพัฒน์ไม่ใช่สิ่งดีๆ ที่เธอปรารถนาอีกแล้วลูกของเขาก็เช่นกัน

   พิพัฒน์เดินออกจากห้อง วีณาตั้งหลักได้ก็คว้าแจกันใกล้มือวิ่งตามไปจนถึงประตูด้วยหมายจะเอาเลือดหัวของผู้ชายคนนั้นออกมาให้หายแค้น ทว่าไม่มีเงาเขาอยู่ตรงนั้นแล้ว ประตูลิฟต์เคลื่อนปิดสนิทคือคำตอบว่าเขาไปแล้ว นางแบบสาวยังคงเคืองแค้นทว่าเมื่อเธอกลับมาก็ถึงหน้าห้องก็ต้องชะงัก

   ตอนรีบร้อนตามพิพัฒน์ไปนั้นก็ไม่ทันสังเกตว่ามีถุงพลาสติกสีเขียวพิมพ์ชื่อซุปเปอร์มาเก็ตร้านประจำของบุษบงวางอยู่ตรงข้างประตู วีณากวาดมองรอบๆ อย่างระแวดระวัง ไม่มีเงาของบุษบง แล้วถุงอยู่หน้าห้องได้อย่างไร หรือว่ามันจะแอบฟังเธอทะเลาะกับพิพัฒน์!