ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 8 รสสวาทนายหัว  (อ่าน 448 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 8 รสสวาทนายหัว
« เมื่อ: เมษายน 27, 2017, 02:13:02 PM »
เด็กสาวหน้าถอดสี
“มีคนบอกแม่ว่ามีรถเก๋งมาส่ง” ผู้เป็นมารดาพูดอย่างเข้มงวด
ต้นหลิวละล่ำละลักตอบ “นายหัวค่ะแม่ พอดีเขาผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมาส่งหนูค่ะ”
นางน้อยมองลูกสาวอย่างเหนื่อยใจ
“ทำไมไม่ปฏิเสธเขาล่ะ ใกล้แค่นี้เดินเองก็ได้ หากคนอื่นที่เห็นแล้วพากันพูดไปต่างๆ นานา เราเป็นผู้หญิงนะ มีแต่เสียหาย”
คำพูดของแม่ทำให้ผู้เป็นลูกสาวสะอึกขึ้นมา น้ำตาแทบจะไหลออกมา แต่ต้องพยายามฝืนไว้อย่างสุดความสามารถ
“ค่ะ แม่ คราวหลังหนูจะปฏิเสธเขา หนูขอไปอาบน้ำก่อนนะแม่” ต้นหลิวรีบหนีเข้าห้องน้ำไปเพราะกลัวจะหลุดพิรุธให้แม่เห็น แต่ก็ยังได้ยินเสียงอบรมต่อท้ายอีกว่า
“เป็นผู้หญิงน่ะ ต้องหัดรักนวลสงวนตัว สิ่งใดถ้าได้มาง่ายๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนกรวดที่มีเต็มชายหาดนั่นแหละ คนก็แค่เก็บขึ้นมาชื่นชมเพียงประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็โยนทิ้งทั้งนั้น...”
คราวนี้ต้นหลิวถึงกับน้ำตาไหลออกมา ด้วยความสะเทือนใจ คำพูดของแม่ตอกย้ำให้เธอรู้สึกเจ็บช้ำเข้าไปใหญ่ และมันจริงอย่างที่แม่พูด เธอไม่ควรมอบความสาวให้เขาอย่างง่ายดาย แล้วเขาจะเห็นค่าอะไรในตัวเธอ
แล้วก็หวนคิดได้อย่างตื่นตระหนกตกใจ ว่าเธอไม่ควรหลงใหลได้ปลื้มไปกับเขา เพราะความจริงแล้ว ต่อให้เธอจะทำตัวดีแค่ไหน เขาก็คงไม่ลดตัวลงมามองคนต่ำต้อยอย่างเธอหรอก อย่างดีเขาก็แค่ชื่นชมเธอเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เธอหลงลืมไปแล้วหรือว่าระหว่างเธอกับเขานั้นห่างชั้นกันแค่ไหน ต้นหลิวร้องไห้เบาๆ อย่างเสียใจ รวดร้าวไปทั้งร่างกาย เจ็บปวดหัวใจเหมือนใครเอามือมาบีบ ที่เธอน่าจะคิดได้ก่อนหน้านี้ จะได้ระวังตัว ระวังใจ ไม่ให้ง่ายดายอย่างนี้
เรื่องระหว่างเธอและเขาไม่น่าเลยเถิดไปถึงขั้นนั้นเลย ต้นหลิวรู้สึกเสียใจเหลือเกินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างไม่น่าเกิดขึ้นเลย

เช้าวันถัดมา รถยนต์ราคาแพงจอดลงที่หน้ารีสอร์ต ริชาร์ดยิ้มแย้ม มีความสุขเหลือเกิน อิ่มเอมหัวใจ ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองเด็กสาวสมใจอยาก อุตส่าห์เฝ้ารอฟูมฟักเธอมาตั้งเจ็ดวัน และเขาคงจะใช้เธอเป็นเครื่องมือปลดเปลื้องกำหนัดของเขาได้อีกนานหลายมื้อ กว่าจะเบื่อ ร่องเนื้อของเธอหนีบแน่นดีเหลือเกิน ทำให้เขาสุขเสียวอย่างไม่อาจจะหาสาวไหนมาเปรียบเทียบได้ และก็ไม่ต้องเสียเงินครั้งละมากๆ ด้วย อย่างดีก็อาจจะโยนเศษเงินให้เธอ หรือซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอ เธอก็คงจะปลื้มเขามากขึ้นไปอีก และยอมให้เขาได้เธออีกอย่างง่ายๆ
หนุ่มลูกครึ่งก้าวออกจากรถและมุ่งตรงยังห้องกระจก ต้นหลิวคงอยู่ที่นั่น เขาอยากเจอเธอ และอยากได้เธออีกโดยไม่รู้จักเบื่อ หน้าตาสวยหวาน  โนมเนื้อ กลมกลึงแน่นและเต่งตึง ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม และโหนกเนื้อหนีบแน่น แค่คิดขึ้นมา บางอย่างในกายของเขาก็ผงาดง้ำขึ้นมาเสียแล้ว
เด็กสาวกำลังตรวจนับสินค้ากองใหญ่ที่เพิ่งมาส่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเคร่งเครียด เธอแทบจะนอนไม่หลับทั้งคืน สีหน้าของเธอเลยไม่สู้ดีนัก นายหัวลอบมองเรือนร่างบอบบางของเธออย่างชื่นชม ไม่ว่าเธอจะอยู่ในชุดอะไรเธอก็ยังคงงดงามเหลือเกิน เหมือนนางฟ้าน้อยๆ ที่ตกมาจากสวรรค์ ริชาร์ดก้าวเข้าไปและส่งยิ้มให้ แต่เด็กสาวไม่ยิ้มตอบเขา ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย หนุ่มลูกครึ่งก็รู้สึกได้ถึงความไม่ปกติทันที หน้าหล่อเหลาที่เคยยิ้มระรื่นเรียบขรึมขึ้นมา
“เป็นอะไรล่ะสาวน้อย”
เขาถามเธออย่างเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ” ต้นหลิวตอบ โดยไม่สบตากับเขา 
คิ้วหนาขมวดมุ่น “มีอะไรทำไมไม่บอกฉันล่ะ”
นายหัวพยายามใช้น้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน แต่อีกฝ่ายกลับเพิกเฉยต่อเขา ทำทีเป็นไม่สนใจเขา มุ่งมั่นแต่งานที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อเขาเซ้าซี้ถามเธออีกครั้งอย่างเข้มงวด
“มีอะไรก็บอกฉันมาสิ!”
เขาก็ยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการอยู่ดี
“หนูกำลังทำงานค่ะ”
เด็กสาวก้มหน้างุดๆ บอกอย่างเรียบเฉย ไม่สนใจไยดีต่อเขา ทำให้บรรยากาศภายในห้องนั้นเริ่มตึงเครียดขึ้นมา ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยสดใสเริ่มมืดมัวหมองไปด้วยหมู่เมฆดำทะมึน
ก็เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ปกติ ริชาร์ดนึกโกรธขึ้นมาทันทีที่เธอเป็นแบบนี้ ไม่ยอมสบตา ทำท่าเฉยเมยต่อเขา เป็นอะไรก็น่าจะพูดกันดีๆ ไม่ใช่ทำตัวเหลวใหลอย่างนี้ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าหมางเมินใส่เขามาก่อน ดวงตาสีเขียววาวโรจน์ขึ้นอย่างขุ่นเคือง นี่เธอคิดจะลองดีกับฉันหรือยังไง ริชาร์ดกัดกรามแน่นจนแนวคางคมคายนูนเป็นสันอย่างน่ากลัว และออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราด
“ตามฉันมานี่!”
เมื่อเจ้านายเดินออกไปจากห้องนั้นแล้ว ต้นหลิวจึงต้องวางงานในมือลงแล้วเดินตามเขาไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ชายหนุ่มยืนรอเธออยู่ข้างรถยนต์หรูหราของเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นเธอตามมาแล้วนายหัวก็เปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เธอแล้วสั่งให้เธอเข้าไปด้วยน้ำเสียงที่ดุนิดหน่อย สาวน้อยสบตากับเขาอย่างหวั่นใจ
“เข้าไปสิ!”
เมื่อต้นหลิวยอมเข้าไปนั่งในรถแล้วริชาร์ดก็อ้อมหน้ารถไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้วพายานพาหนะคันนั้นแล่นฉิวออกไป
“จะพาหนูไปไหนคะ” เด็กสาวร้องถามอย่างตกใจ นัยน์ตาหวาดวิตก หัวใจสั่นสะท้านรุนแรง
ดวงตาสีเขียววาววับหันมาสบตากับเธออย่างขุ่นเคือง
“ไม่พาไปฆ่าหรอกน่า”
บอกแค่นั้นแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย ลัดเลาะตามถนนริมชายหาดไปไม่นานเท่าไหร่ รถยนต์คันนั้นก็มาจอดลงหน้าคฤหาสน์โออ่าริมชายหาดสวยงาม ริชาร์ดเล่นใหญ่ แสดงสีหน้าเคร่งขรึมอย่างสุดความสามารถ และเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา โกรธต้นหลิวนิดหน่อยที่ปั้นปึ่งต่อเขา ซึ่งไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนแสดงท่าทางแบบนี้กับเขามาก่อน ผู้หญิงโดยทั่วไปแล้วยิ้มแย้มและอ่อนหวานต่อเขา แค่เขายิ้มและส่งสายตาให้พวกเธอก็พร้อมจะเปลื้องผ้าขึ้นเตียงกับเขาแล้ว ไม่มีหญิงสาวคนไหนหรอกที่จะเฉยชาต่อเขาได้ เขามั่นใจในอานุภาพความหล่อเหลาของตัวเองเหลือเกิน
ต้นหลิวนั่งอึ้งอยู่ในรถขณะที่นายหัวก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูให้เธอ พร้อมทั้งฉุดมือเธอให้ลงจากรถไปเบาๆ สาวน้อยไม่ได้ขัดขืนนัก ยอมก้าวลงจากรถไปดีๆ เธอไม่มีแรงพอจะไปต่อกรกับคนตัวใหญ่อย่างเขาได้หรอก และเธอก็ไม่คิดจะขัดคำสั่งของเขา ริชาร์ดกำมือเธอแน่นและลากเธอเข้าไปในคฤหาสน์ของเขา ฉุดเธอขึ้นไปบนชั้นสองและพาเธอล่วงเข้าไปในห้องนอนของเขาอย่างง่ายดาย เด็กสาวเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว ทุกข์ทรมานใจ ที่ถูกพามาที่นี่ และเขาก็แสดงท่าทีเกรี้ยวโกรธใส่เธอ
ห้องนอนนั้นมีประตูบานหนึ่งที่เปิดอยู่และมีระเบียงด้านนอกไว้ออกไปนั่งรับลมตอนเย็น เก้าอี้และโต๊ะกินข้าวสำหรับสองที่ นายหัวพาเธอออกไปยังระเบียงและปล่อยมือเธอ ส่วนตัวเขาก็ทรุดตัวลงอย่างง่ายๆ ที่เก้าอี้ ท้องฟ้าตอนนั้นมืดครึ้ม และสายลมรำเพยพัดโชยมาทำให้เส้นผมยาวสลวยของเด็กสาวปลิวสยายอย่างงดงามไปทั่วแผ่นหลัง
“ไหนบอกมาซิว่าเป็นอะไร” ริชาร์ดจ้องมองที่ต้นหลิวอย่างเข้มงวด และคาดโทษ
ต้นหลิวร้องไห้ออกมา ยืนพิงระเบียงและหันไปหาเขา สบตากับดวงตาสีเขียวอย่างหวาดหวั่น เธอเหมือนเป็นผู้ร้ายที่กำลังโดนสอบสวน ทั้งสองอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือ สาวน้อยสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ดวงหน้าสวยเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเหมือนกับเด็กขี้แย และสารภาพออกมาในที่สุด
“หนูกลัว”
“เธอกลัวอะไร ฉันจะฆ่าเธอหรือไง” นายหัวอารมณ์เสียนิดหน่อย
“หนูกลัวว่าจะต้องเสียใจ”
“เธอจะเสียใจเรื่องอะไร”
“หนูกลัวว่าตัวเองจะไร้ค่า”
“ทำไมถึงคิดเช่นนั้นล่ะ” ริชาร์ดย่นคิ้วหนา
“เพราะหนูเสียตัวให้กับนายหัวง่ายๆ”
ต้นหลิวพรั่งพรูความคิดออกมาด้วยน้ำตา หนุ่มลูกครึ่งส่ายหน้าน้อยๆ และแทบจะยิ้มออกมา โถ เด็กน้อย นึกว่าเรื่องอะไร แล้วก็นึกภูมิใจในความหล่อเหลาของตัวเองขึ้นมา เขาดึงเธอให้นั่งลงที่ตักเขาอย่างง่ายดาย แนบลำตัวของเขาทาบคลึงไปกับแผ่นหลังบอบบางของเธอ แล้วสองมือของเขาก็รัดล้อมรอบตัวประสานกันไว้อย่างแน่นหนาที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างพอใจ พลางกระซิบที่ริมหูเธอว่า
“คิดมากน่าสาวน้อย ฉันไม่มีวันคิดแบบนั้นหรอก”
เด็กสาวสะอื้นไห้ขึ้นมาอีก ร่างบางสั่นระริก เธอแทบหลอมละลายเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขาอีกครั้ง และรู้สึกหวิวไหวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
“นายหัวชอบหนูจริงหรือเปล่าคะ”
“จริงสิ” ริชาร์ดตอบออกมาทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ตั้งแต่ที่ฉันพบเธอเลยล่ะ”
เขานึกอยากจะกัดใบหูของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว
“นายหัวจะแต่งงานกับหนูไหมคะ”
สาวน้อยอายุสิบหกปีถามอย่างไร้เดียงสา เมื่อเขาได้เธอไปแล้ว เขาก็ควรจะแต่งงานกับเธอ และเธอจะเป็นภรรยาที่ดีของเขา ต้นหลิวพยายามหมุนตัวหาเขา เพื่อจะสบตากับเขาให้ได้ สะโพกกลมกลึงของเธอพาดอยู่บนหน้าขาของเขา นายหัวคลายอ้อมกอดนิดหน่อย และในที่สุดเธอก็สบตากับเขาจนได้ ใบหน้าของทั้งสองแทบจะชิดกันอยู่แล้ว ตามองสบตาแนบแน่น ฝ่ามือหยาบใหญ่ตอนนี้ลูบไล้อยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของเธอ
ใบหน้าหล่อเหลาหม่นลง เมื่อถูกโยนคำถามหนักอึ้งใส่เมื่อครู่ ดวงตาสีเขียววาวโรจน์ขึ้นมา และใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ขณะสบตากับเธออย่างแน่วแน่ ก่อนจะเอ่ยว่า
“ฉันจะแต่งงานกับเธอ”
ต้นหลิวรู้สึกดีใจเหลือเกิน หัวใจที่บอบช้ำทุกข์ทรมานกลับชุ่มชื่นขึ้นมา เหมือนกับคนที่กำลังจะตายกลับถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมา
“เมื่อไหร่คะ”
หนุ่มลูกครึ่งเกือบจะถอนหายใจออกมา
“คงอีกสักพัก รอให้พ่อกับแม่ฉันกลับมาจากต่างประเทศก่อน”
“จริงหรือคะ” สาวน้อยถามด้วยความดีใจเหลือเกิน ยิ้มทั้งน้ำตา
“จริงสิ”
นายหัวพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา หน้าตาของเด็กสาวน่าเอ็นดูเหลือเกิน ริมฝีปากนั่นก็น่าจูบเป็นบ้าเลย เขาค่อยๆ ก้มหน้าหล่อเหลาลงไปอย่างอดใจ ไม่จู่โจมเธอรวดเร็วนัก ค่อยๆ แนบริมฝีปากหยักงามของเขาเข้ากับเรียวปากอิ่มของเธอ ฝ่ามือใหญ่ก็ลูบเล้าโลมไปตามเรือนร่างเย้ายวนนั่นอย่างเอาแต่ใจ บางอย่างในกายของเขาผุดผงาดขึ้นมาอีกแล้ว

ฉาก18+

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 8 รสสวาทนายหัว
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 27, 2017, 02:14:11 PM »
หนึ่งเดือนถัดมา...
ร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้แล้ว และต้นหลิวทำหน้าที่ดูแลร้านนี้ได้เป็นอย่างดี สินค้าก็ขายได้พอสมควร เด็กสาวเปิดร้านตั้งแต่แปดโมงเช้ามาถึงบ่ายสาม และมีพนักงานสาวอีกคนมารับช่วงต่อถึงประมาณสามทุ่ม
ช่วงหลังบ่ายสาม นายหัวก็จะพาต้นหลิวไปที่คฤหาสน์ของเขาเกือบทุกวันและมาส่งเธอตอนห้าโมงเย็น เด็กสาวจะเดินต่อไปอีกเกือบสามร้อยเมตรกว่าจะเข้าเขตหมู่บ้านชาวประมง
วันนี้ก็เป็นอย่างเช่นทุกวัน เมื่อรถยนต์แล่นจากไปแล้ว สาวน้อยยิ้มแย้มขณะก้าวขาไปตามถนนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านของเธอ
นอกจากที่เธอเคยหลงใหลนายหัวของเธอ ที่ว่าเขารูปหล่อเหนือใคร ท่วงท่าสง่างามราวกับเจ้าชาย ดวงตาสีเขียวงดงามเป็นประกาย หรือถ้อยคำอ่อนหวานของเขาที่มีต่อเธอ ความใจดีที่เขามีให้เธอเป็นพิเศษ
บัดนี้เพิ่มเข้าไปอีกอย่าง เด็กสาวหลงใหลในรสสวาทที่เขามอบให้อีกด้วย มันทำให้เธอติดใจ และเรียกได้ว่าเธอคลั่งไคล้นายหัวมากๆ เขาเป็นคนแรกของเธอ เกือบทุกวันที่เขามอบความสุขเสียวแทบขาดใจให้เธอ ต้นหลิวมีความสุขและรู้สึกโหยหาและต้องการเจ้านายของเธออยู่ร่ำไป เธอมอบกายให้เขาเชยชมในทุกท่วงท่าและทุกแบบที่เขาต้องการ พยายามตอบสนองเขาอย่างสุดความสามารถ ปรนเปรอความสุขให้กับเขาอยู่ทุกวันด้วยความเต็มใจ
และความสุขที่เธอได้รับจากถ้อยคำของเขา คำมั่นสัญญาของเขา ที่ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ รอคอยเพียงพ่อกับแม่ของเขากลับจากต่างประเทศเสียก่อน ซึ่งอีกไม่นาน เธอจะได้เป็นภรรยาของเขา ได้อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวยาวฟูฟ่องเคียงข้างกับเขาในงานวิวาห์ใหญ่โต และมีลูกให้เขาสักสองสามคน
ต้นหลิวเพิ่งเป็นสาวได้ปีเดียว เธอไม่เคยมีความรักมาก่อน ไม่รู้จักเสียด้วยว่าความรักนั้นเป็นเช่นไร แต่บัดนี้เด็กสาวก็แน่ใจแล้วว่า เธอรักนายหัวของเธอจนสุดหัวใจ เธอรักเขาอย่างที่เธอไม่เคยรักใครมาก่อน
สาวน้อยยิ้มเบิกบานอย่างมีความสุข เหมือนกับกำลังล่องลอยอยู่ในฝันอันแสนงดงาม เธอได้อยู่ในชุดสวยงามจับจูงมืออยู่กับเขาในสวนดอกไม้นานาชนิด และผีเสื้อนับล้านๆ ตัวกระพือปีกบินอยู่รอบกาย
ขณะก้าวขาเลี้ยวเข้าซอยไปในหมู่บ้านของเธอ จากตรงนี้ย่ำเท้าไปบนสะพานไม้โยกเยกอีกเพียงไม่ถึงร้อยเมตรเท่านั้นก็จะถึงบ้านของเธอแล้ว หนุ่มหล่อผิวเข้มที่ชื่อหนุ่ยก็มาดักเธอไว้เสียก่อน
เขาทักอย่างดีใจ
“ต้นหลิว ให้พี่เดินไปส่งนะ”
เด็กสาวพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและเดินเคียงข้างไปกับเขาบนสะพานไม้นั้น
“เหนื่อยไหมวันนี้”
“ไม่ค่ะ”
สาวน้อยตอบออกไปอย่างง่ายๆ
เธอยิ้มนิดหน่อยเมื่อนึกได้ว่า ทำงานทั้งวันยังไม่เหนื่อยเท่ากับอยู่กับนายหัวที่คฤหาสน์เพียงชั่วโมงเดียวเลย
หนุ่ยหันมาสบตากับเธอ ต้นหลิวสบตาด้วยอย่างตั้งคำถาม ขณะเดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ
“ไปนั่งเล่นตรงปลายสะพานกันไหม” ชายหนุ่มว่า
สาวน้อยหันมองไปยังปลายสุดของสะพาน เธอเคยไปนั่งเล่นตรงนั้นบ่อยไป มองออกไปในทะเลแสนไกลด้วยหัวใจที่ผ่อนคลาย เฝ้าดูฝูงนกที่บินกลับรวงรังและดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกน้ำ มีม้านั่งไม้ตัวยาวสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่ตรงนั้นห่างจากบ้านของเธอไปไม่ถึงร้อยเมตร
“แต่มันจะมืดแล้วนะคะ” เด็กสาวไม่อยากจะปฏิเสธเขาตรงๆ เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เขาชวนเธอ เพราะเขาไม่เคยชวนเธอไปไหนมาไหนมาก่อน นอกจากเอาของมาให้ที่บ้านและทักทายกับเธอเพียงไม่กี่คำ
“ก็บอกกับแม่ก่อนสิ แม่ไม่ว่าหรอก” หนุ่ยเสนอความคิดอย่างกล้าหาญด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ต้นหลิวนิ่วหน้าเล็กน้อย วันนี้มาแปลกจัง
เมื่อก้าวเข้าไปในบ้านแล้ว ต้นหลิวจึงบอกกับแม่ว่าจะไปนั่งเล่นกับหนุ่ยที่ปลายสะพาน ชายหนุ่มยกมือไหว้นางน้อยและยืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าประตู ผู้เป็นแม่สบตากับเด็กหนุ่มอยู่ชั่วครู่
“อย่ากลับดึกนักล่ะ เดี๋ยวต้องรีบเข้านอน พรุ่งนี้ต้องรีบไปทำงานแต่เช้าอีก”
แม่บอกเช่นนั้นกับต้นหลิว

หนุ่มลูกครึ่งอาบน้ำแล้ว อยู่ในเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น นั่งจิบไวน์อยู่ในห้องรับแขกเพียงลำพังอย่างผ่อนคลาย หลังจากเพิ่งไปส่งต้นหลิวมา ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกับมีรอยยิ้มน้อยๆ ขณะหลับตาลงและปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างมีความสุข ริชาร์ดรู้สึกอิ่มเอม พอใจเป็นอย่างยิ่ง การที่ได้เด็กสาวมาไว้คอยรองรับอารมณ์ของเขานั้นเป็นเรื่องที่ดีเหลือเกิน และเขาจะไม่มีวันเบื่อเธอได้ง่ายๆ
เสียงกดออดหน้าคฤหาสน์ทำให้ริชาร์ดรู้สึกแปลกใจ เขาลืมตาขึ้น ปกติแล้วไม่มีใครมาหาเขาในเวลาเช่นนี้ หรือว่าจะเป็นต้นหลิว เขาจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู
หญิงสาวที่มายืนยิ้มอยู่หน้าประตูด้วยเดรสหรูหรากระโปรงสีขาวยาวแค่เข่า ทำให้ชายหนุ่มต้องย่นคิ้ว เธอสวย ผิวขาวมีออร่า และหุ่นเหมือนนางแบบเลยทีเดียว
“ขอฉันเข้าไปข้างในได้ไหมคะ”