ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 5 รสสวาทนายหัว2  (อ่าน 335 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 5 รสสวาทนายหัว2
« เมื่อ: เมษายน 27, 2017, 02:25:13 PM »
ฉาก18+
ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีแดงอมส้ม ดวงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้ว แต่สองหนุ่มสาวในบ้านพักของรีสอร์ทสวยงามยังหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
เป็นหนุ่ยที่รู้สึกตัวก่อน เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมด้วยความรู้สึกบางอย่าง มันทำให้เขาหม่นหมอง เมื่อมองดูแผ่นหลังบอบบางเปลือยเปล่า ดวงหน้างดงามหนุนแขนและแทบอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขา เพียงเขาขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้นอีกฝ่ายก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน หญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
“กี่โมงกันแล้วไม่รู้”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ เขามีสีหน้าเรียบขรึม ค่อยๆ ลุกออกจากเตียงและคว้าชุดของตัวเองมาสวมใส่ พร้อมทั้งหยิบเสื้อผ้า กางเกงชั้นในและเสื้อในส่งยื่นให้เธอด้วย เฮเลนส่งยิ้มให้แล้วเริ่มสวมใส่เสื้อผ้า ค่อยๆ สวมกางเกงใน เสื้อชั้นใน ไม่นานเลยพวกเขาก็แต่งตัวเรียบร้อย
“กลับกันเถอะ เย็นแล้ว” หญิงสาวว่าขณะนั่งอยู่ที่ปลายเตียง
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นแล้วสวมกอดเธอไว้แน่นอย่างแสนรัก แนบใบหน้าหล่อเหลาเข้ากับลำตัวของเธอ
เฮเลนยกมือลูบที่ศีรษะของชายหนุ่มเบาๆ อย่างเอ็นดู และรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
เขาละอ้อมกอดออกจากเธอ แต่ยังฉวยฝ่ามือของเธอไว้ข้างหนึ่งอย่างทะนุถนอม กุมมือข้างนั้นไว้อย่างรักใคร่ เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเธออย่างแน่วแน่
“คุณเป็นใครกันครับ”
เขาถามราวกับไม่แน่ใจว่าเธอใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเขาหรือไม่ ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เศร้าสะเทือน เหมือนเขากำลังจะร้องไห้
เฮเลนยิ้มขึ้นและนึกขำกับท่าทางของเขา
“ฉันเป็นเพื่อนกับริชาร์ด”
“คุณมาจากกรุงเทพใช่ไหมครับ”
“ใช่จ้ะ”
“แล้วคุณจะกลับวันไหน”
“อาจจะเป็นพรุ่งนี้ หรือมะรืน”
หนุ่ยรู้สึกใจหาย เหมือนกับกำลังจะถูกปลิดขั้วหัวใจ
“คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าผมจะบอกว่าผมรักคุณ”
หนุ่มชาวเกาะบอกออกไปอย่างง่ายดาย ราวกับมันเอ่อล้นอยู่ในหัวใจของเขาตลอดเวลา เฮเลนมองชายหนุ่มรุ่นน้องตรงหน้าอย่างเข้าใจ
“ไม่ใช่ความรักหรอก เธอแค่หลงใหลไปชั่วคราว”
“แต่ผมแน่ใจ” หนุ่ยย้ำอย่างหนักแน่น ดวงตาคู่นั้นจ้องมองที่เธอ ราวกับว่าเห็นเธอเป็นเป้าหมายในชีวิตของเขาอย่างนั้น
“กลับกันเถอะ” เฮเลนหลบสายตา
“ทำไมล่ะครับ”
หญิงสาวหันมาสบตากับเขาอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าเซ้าซี้ฉันสิ”
“ผมรักคุณนะครับ”
“แต่ฉันไม่ได้รักเธอน่ะสิ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้เขายอมปล่อยมือเธอและไม่เซ้าซี้เธออีก
หัวใจของเขาแตกสลายย่อยยับทีเดียว

แม้ว่ามือบางจะกอดเอวเขาไว้แน่น และใบหน้าสวยจะซบลงที่แผ่นหลังของเขาก็ตาม แต่ตลอดทางจากรีสอร์ตแห่งนั้นไปจนถึงคฤหาสน์ของริชาร์ด ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย

ราตรีนั้น หลังจากอาบน้ำอาบท่าแล้ว เฮเลนร่วมรับประทานอาหารเย็นกับริชาร์ดและต้นหลิวอีกครั้ง เจ้าของบ้านถามเธอว่าไปเที่ยวเล่นมาสนุกไหมวันนี้ เธอส่งยิ้มให้อย่างเรียบเฉยแล้วขอร้องให้เขาไปส่งเธอที่ฝั่งในวันพรุ่งนี้ เธอต้องการกลับกรุงเทพแล้ว ริชาร์ดก็ตอบตกลง
เฮเลนก้าวเข้ามาในห้องของตนเองแล้วหย่อนกายนั่งลงบนเตียง จุดบุหรี่ขึ้นสูบ ปล่อยควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นวิวสวยงามของทะเลยามค่ำคืน เกลียวคลื่นสะท้อนแวบวับกับแสงของพระจันทร์
คราวแรกที่เธอพบกับเขา หนุ่มน้อยคนนั้น เธอเห็นเขาเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยง ช่วยชีวิตคนที่กำลังเหี่ยวเฉาใกล้ตายให้ลุกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นเธอก็โลภมากขึ้นไปอีก เห็นเขาเป็นเครื่องมือปลดเปลื้องกำหนัดให้เธอ และเขาก็ทำหน้าที่ได้ดี มอบความสุขเสียวให้เธออย่างอ่อนโยน เธอและเขามีความสุขเหมือนอยู่ในห้วงฝันทีเดียว
แต่ก็เหมือนกลับว่าทุกอย่างกำลังจะเกินเลย เพราะเขาไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอ ไม่ได้เพียงผูกพันลึกซึ้งกันทางร่างกายและอารมณ์เท่านั้น หากเขายังเอาหัวใจและความรักเข้ามาเกี่ยวพันอีกด้วย และเธอไม่อยากให้เขาเจ็บปวดไปมากกว่านี้ จึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เขาคงเสียใจที่รู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้ แต่ก็คงดีกว่าให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเขาไป ในเมื่อ ‘วิถี’ ชีวิตของเธอและเขาเหมือนเส้นขนาน ไม่มีวันมาบรรจบกันได้อยู่แล้ว
อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเสียเฉยๆ เฮเลนไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร มือบางยกขึ้นปาดเช็ด ทิ้งบุหรี่ลงในที่เขี่ย และร่างบางก็ค่อยๆ ล้มตัวนอนลงบนเตียงนั้นแล้วหลับตา เธออ่อนเพลียเหลือเกิน
 
เกือบเที่ยงคืนแล้ว หนุ่ยยังนั่งอยู่ลำพัง ปลายสุดของสะพาน เหม่อมองออกไปในทะเลมืดมัว เคว้งคว้าง น้ำตาลูกผู้ชายไหลหยดออกมาอย่างเศร้าสะเทือน เขารีบปาดเช็ดราวกับกลัวใครจะมาเห็น เจ็บปวดที่หัวใจเหลือเกิน เขาน่าจะเข้าใจได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเธอนั้นต้องการอะไรจากเขา เห็นเขาเป็นที่ระบายความใคร่ให้เธอเท่านั้น
และให้เขาได้รู้จักกับความสุขเสียวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไร ให้เขาได้ดื่มด่ำกับห้วงเวลาที่แสนวิเศษ แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือ ดีแค่ไหนที่เธอลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับคนอย่างเขา ที่ไม่มีอะไรจะไปเทียบกับเธอได้เลย ยังจะมีหน้าไปบอกกับเธอว่ารักอีก เอาความรักไร้ค่าไปเสนอให้กับเธอ สมควรแล้วที่เธอจะตอกหน้าเขามาตรงๆ ว่าเธอไม่ได้รักเขาสักนิด

สายของวันใหม่
ทั้งที่คิดจนเกือบค่อนคืนแล้วว่าไม่ควรพบกับเธออีก แต่เหตุใดเขาถึงมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์ในตอนเก้าโมงเช้าของวันถัดมา เมื่อกดกริ่งได้สักพักป้าแหววก็ก้าวออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ผมต้องการมาขอพบ...เอ่อ” หนุ่ยอ้ำอึ้งนิดหน่อย เพราะว่าเขายังไม่รู้จักชื่อเธอเลย แต่แม่บ้านผู้แก่วัยก็บอกข้อมูลกับเขาอย่างเอื้อเฟื้อ
“คุณเฮเลนหรือคะ เธอกำลังจะไปขึ้นเรือค่ะ ข้ามไปฝั่งโน้นเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ”
หัวใจเหมือนกับจะขาดรอนๆ เสียให้ได้ ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งช่องอก
“เรืออยู่ที่ไหนครับ”

สะพานปูนทอดยาวจากตัวคฤหาสน์ไปไม่ถึงห้าสิบเมตร เรือสปีดโบทจอดอยู่ปลายสะพานนั่นเอง และหนุ่ยก็วิ่งไปทันก่อนที่ริชาร์ดจะสตาร์ทเครื่องยนต์ ต้นหลิวลงไปนั่งบนเรือได้แล้ว เหลือเพียงเฮเลนที่กำลังจะก้าวลงเรือ ริชาร์ดกับต้นหลิวหันสบตากันอย่างเหลือเชื่อและแอบส่งยิ้มให้กันเมื่อหันไปเห็นว่าใครวิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น
เฮเลนเดินย้อนกลับไปสี่ห้าก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนหอบแฮกๆ อยู่ตรงนั้น เหน็ดเหนื่อยเนื่องจากเร่งฝีเท้ามาจนสุดแรง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาสบตากับเธออย่างจริงจัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาดีใจแค่ไหนที่วิ่งมาทัน
“ผมแค่อยากจะบอกว่าผมรักคุณจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่หลงใหลชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หากเป็นความรักที่มาจากหัวใจของผมทั้งนั้น”
ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ หนุ่ยพูดอย่างจริงจัง เมื่ออาการหอบหายใจทุเลาลงไปมากแล้ว
เฮเลนส่งยิ้มให้
“รักจริงก็ไปหาฉันที่กรุงเทพสิ”







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2017, 02:27:51 PM โดย บีเลิฟ »