ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 1 ซาตานกระชากรัก  (อ่าน 669 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 1 ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:09:05 AM »
1
ณาราทำงานอยู่ในฝ่ายผลิตของโรงงานแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับอุสาหกรรมพลาสติก ชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย เธอมีหน้าที่บรรจุสินค้าที่ไหลมาจากรางสายพานใส่กล่องให้เรียบร้อย เพื่อส่งต่อขายไปทั่วประเทศ และส่วนหนึ่งก็ส่งขายไปยังต่างประเทศด้วย
ณาราอายุยี่สิบปี เรียนจบแค่ชั้น ม.3 เท่านั้น จึงทำงานได้แค่ฝ่ายผลิต ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดจะเรียนต่อให้จบ ม.6 หรือสูงกว่านั้น แต่เพราะฐานะทางบ้านยากจน เธอเลยต้องออกจากโรงเรียนเพื่อทำงานหาเงินจุลเจือครอบครัว
เที่ยงตรง เมื่อสัญญาณเตือนดังขึ้นบอกเวลา พนักงานทุกคนจึงไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร ณารานั่งกินข้าวอยู่ลำพังด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่เป็นนิจ คล้ายกับคนที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลา
“น้องณารา อยู่นี่เอง พี่ตามหาแทบแย่” พนักงานผู้ชายหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งลงตรงข้ามกับเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมด้วยถาดใส่จานอาหารและน้ำอีกสองแก้ว
“พี่ซื้อน้ำมาฝากน้องณาราด้วยนะครับ”
ด้วยความที่ณาราเป็นสาวสวย หน้าตาอ่อนหวานน่ารัก และรูปร่างผอมเพรียว เรียกได้ว่าเธอเป็นดาวของแผนกเลยล่ะ จึงมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบเธออยู่เป็นประจำ ทั้งคนที่อยู่แผนกเดียวกัน และต่างแผนก หรือระดับหัวหน้าก็มีนะ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิชิตใจของณาราได้สักคน
เสียงสัญญาณเตือนในโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ณาราจึงยกขึ้นดู มีคนส่งข้อความมา หญิงสาวจึงเปิดอ่านดู
--สวัสดีค่ะคุณณารา ดิฉันชื่อโสภานะคะ พอดีว่าบอสของดิฉันเคยเห็นคุณและชมว่าคุณน่ารัก ไม่อ้อมค้อมนะคะ ท่านอยากดูแลคุณหนึ่งเดือน จ่ายให้ห้าแสนบาท แค่หนึ่งเดือน เจอกัน 4 ครั้ง ทุกเย็นวันเสาร์ ไม่มีข้อผูกมัดค่ะ สนใจโทรกลับมาที่เบอร์นี้นะคะ 089-xxx-xxxx--
ณาราตกตะลึง แปลกใจ ตลก ความรู้สึกหลากหลายปนเป ประเดประดัง เธอคิดเอาเองว่ามันคือเรื่องแกล้งกันขำๆ เธอไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อโสภามาก่อน และอดจะแปลกใจไม่ได้ว่า หล่อนเอาเบอร์เธอมาจากไหน แถมรู้ชื่อเธอเสียด้วย
เลิกงานแล้วณารากลับบ้านด้วยรถรับส่งพนักงานอย่างเช่นทุกวัน หญิงสาวก้าวเข้าไปในบ้านปูนหลังเก่าคร่ำคร่า ชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งนั่งหน้าเครียดอยู่ภายในบ้านหลังนั้น ณาราพอจะเดาสีหน้าทั้งสองออกว่าจะต้องมีเรื่องอะไรให้เธอหนักใจอีกแล้ว และคงไม่พ้นเรื่องเงิน
“นา วันนี้พวกเงินกู้มาทวงเงิน และมันพูดจาไม่ดี มันว่าจะฆ่าให้หมดบ้าน ถ้าไม่ยอมจ่ายเงินให้มันเสียที และมันต้องการทั้งต้นทั้งดอก”
นางประนอมผู้เป็นมารดากล่าวอย่างอกสั่นขวัญหาย นายปรีชาผู้เป็นบิดาก็นั่งอยู่เคียงข้างด้วยอาการหวาดกลัวในดวงตายังไม่หาย ต้องอาศัยบางอย่างย้อมใจให้บรรเทา ขวดเหล้าขาวตั้งอยู่ใกล้ๆ และมือไม้สั่นทีเดียวเมื่อยกแก้วขึ้นสาดของเหลวใส่ลำคอ
ณารา หรือที่พ่อแม่และคนรู้จักสนิทสนมเรียกสั้นๆ ว่า ‘นา’ ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยใจ ท้อแท้ ในโชคชะตาโหดร้ายที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่
“หนูจะไปเอาเงินที่ไหนใช้ให้เขาล่ะแม่” พูดแล้วณาราก็ถึงกับน้ำตาเล็ดออกมาทีเดียว
เงินกู้หนึ่งแสนบาทที่พ่อไปกู้มาจากเฮียเส็งนายทุนที่พ่อรู้จัก เมื่อปีที่แล้ว เพื่อมาออกรถกระบะมือสอง ไปรับเสื้อผ้าจากกรุงเทพฯ มาขายตามตลาดนัด หวังร่ำหวังรวย แต่ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็ขายมั่งหยุดมั่ง ขายวันหยุดสองวัน แล้วจะขายดีได้อย่างไร พ่อก็เอาแต่กินเหล้า ส่วนแม่ก็ชอบเล่นไพ่ แต่ละเดือนจ่ายดอกเบี้ยเขาอย่างเดียวยังไม่พอ ก็ดอกมหาโหดขนาดนั้น
ณาราเคยบอกกับพ่อแม่แล้วว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว ลำพังพ่อกับแม่ เธอทำงานที่โรงงานก็พอหาเลี้ยงได้ กินใช้อย่างประหยัด ก็พออยู่กันได้ แต่ทั้งสองก็ไม่ฟัง ทั้งจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้และต้องจ่ายค่างวดรถกระบะทุกเดือน ก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว และเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อเมาเหล้าพารถตกลงไปข้างทาง เสียค่าซ่อมไปอีกหลายหมื่น ทำให้เงินเก็บของณาราไม่เหลือเลย แล้วอย่างนี้จะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้เขากันเล่า รวมดอกเบี้ยด้วยก็คงร่วมสามแสนแล้วล่ะมั้งตอนนี้
“มันบอกว่าให้ใช้ทั้งต้นทั้งดอกเลย” นางประนอมบอกอีกครั้ง
“ปกติก็จ่ายดอกอย่างเดียวนี่แม่” ณาราเอ่ยอย่างทุกข์ร้อนใจ หน้าซีดหน้าเซียว
“พวกมันบอกว่า ขาดจ่ายดอกเบี้ยมาหลายเดือนแล้ว นายของมันเลยให้จ่ายให้หมดเลย ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตายให้หมดบ้านเลย พวกมันพกปืนกันด้วยนะ” ฝ่ายมารดาเล่า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ณาราร้องไห้ออกมาอีก “ก็หนูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว ก็ไม่เชื่อ แล้วเป็นไง ทีนี้จะทำไงล่ะคะ”
นางประนอมใบ้กิน ไม่มีอะไรจะพูด
“ก็หากู้เงินเจ้าใหม่มาใช้หนี้เขาสิ”
นายปรีชาผู้เป็นพ่อกระดกเหล้าเข้าปากแล้วช่วยออกความคิดเห็น หลังจากเงียบฟังมานาน
ณาราหันไปมองพ่อตาเขม็ง
“นี่ยังลำบากกันไม่พอหรือยังไง แล้วเหล้าน่ะ กินให้มันได้อะไรขึ้นมา มันช่วยหาเงินใช้หนี้เขาได้มั้ยคะ”
“แล้วจะปล่อยให้มันมาฆ่าเราหรือไง”
ผู้เป็นพ่อตวาดกลับมาอย่างน่ากลัว ราวกับจะเอาเรื่องลูกสาว เหมือนกับเห็นว่าเธอเป็นฝ่ายผิด
ณาราไม่อยากจะเถียงด้วย เลยลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าห้องนอนของตัวเองไป ที่กั้นด้วยปูนอย่างง่ายๆ มีประตู หน้าต่างหนึ่งบาน เตียงนอนไม้อัด ตู้เสื้อผ้าราคาถูก และโต๊ะเครื่องแป้ง
หญิงสาวคว่ำหน้าลงกับหมอนแล้วปล่อยโฮออกมา ณาราโกรธพ่อที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด
“ก็หากู้เงินเจ้าใหม่มาใช้หนี้เขาสิ”
และพ่อกำลังจะหว่านล้อม บังคับให้เธอทำในสิ่งที่ผิดอีกแล้ว