ผู้เขียน หัวข้อ: จับรักให้มัดใจ บทที่ 1  (อ่าน 21 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 115
    • ดูรายละเอียด
จับรักให้มัดใจ บทที่ 1
« เมื่อ: กันยายน 20, 2017, 12:42:10 PM »
บทที่ 1
   
“ชายหนุ่มประคองใบหน้านวลเนียนอย่างทะนุถนอม สบตาสีดำสนิทของเธออย่างลึกซึ้ง เขาเคลื่อนใบหน้าคมเข้มเข้าไปใกล้ ทว่า เสียงปืนที่ดังขึ้น ทำให้นายตำรวจผู้รักหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด จำต้องผลักหญิงสาวออกห่าง ก่อนจะคว้าปืนพกที่ไม่เคยห่างกายขึ้นมาตวัดไปที่ต้นเสียงที่หมายจะคร่าชีวิตเขา สิ่งสุดท้ายที่ชายหนุ่มบอกกับคนรักก็คือให้เธอหนีไป ก่อนที่จะยอมสู้ตายกับพวกวายร้ายรกแผ่นดิน”
   
ปึก!
   
อักษรถึงกับสะดุ้งเมื่อกระดาษที่ถูกโยนมาตรงหน้าด้วยฝีมือบรรณาธิการสำนักพิมพ์ร้อยรัก มาพร้อมสายตาพิฆาต ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอกับสถานการณ์แบบนี้ มันนับครั้งไม่ถ้วนแล้วตั้งแต่เธอเลือกที่จะเดินเส้นทางนักเขียน และคนที่พิจารณางานของเธอก็เป็นอาแท้ๆ ตรงหน้านี่ล่ะ

อาวารีแม้อายุจะย่างเข้าเลขสี่ในปีนี้พร้อมกับความโสด แต่ความสวยเซ็กซี่ยังมีครบ ทว่า ภาพลักษณ์ภายนอกกำลังถูกบดบังด้วยอารมณ์ที่ส่งมาถึงเธอ
   
“อักษร!”
   
“คะ” หลานสาวรีบขานรับ ต้นฉบับนิยายรักของเธอคงมีปัญหาอีกแน่ แล้วก็จริง   

“เธอเขียนอะไรของเธอ”

“ไฟรักในเปลวเพลิงค่ะ”

“แล้วมันเป็นนิยายแนวไหนไม่ทราบ”

“นิยายรักค่ะ” เป็นคำถามที่ตอบง่าย แต่ดูท่าอาวารีจะไม่เห็นด้วยซะอย่างงั้น
   
“นิยายรักเหรอ ฉันอ่านมาจะจบเรื่องอยู่แล้ว พระเอกนางเอกยังไม่ได้รักกันสักที เดี๋ยวก็ยิง เดี๋ยวก็ระเบิด ตกลงจะเขียนนิยายรักหรือนิยายบู๊ล้างผลาญกันแน่ฮะอักษร” บรรณาธิการสาวใหญ่ถึงกับถอนหายใจ “ฉันจะทำยังไงกับเธอดี”
   
“โธ่ อาคะ ขืนนิยายมีแต่รัก หวาน ฟิน จิ้น จิกหมอน มันก็น่าเบื่อ เราต้องให้มีเรื่องอื่นสอดแทรกบ้าง สถานการณ์น่าตื่นเต้นจะทำให้คนอ่านวางหนังสือไม่ลง”
   
“ไอ้ที่พูดมามันก็ใช่ แต่ที่เธอเขียน มันคนละเรื่อง พระเอกกับผู้ร้ายเจอกันตั้งแต่ฉากแรก สู้กันแทบทุกบท เรื่องของเธอนางเอกไม่ต้องมีเลยก็ได้ ถามจริงเถอะ เขียนแบบนี้ นางเอกยังจำเป็นอยู่มั้ย”
   
“นี่อาอย่าบอกนะ! จะให้พระเอกกับผู้ร้ายได้กัน”
   
“อักษร!”
   
แม้บรรณาธิการสาวใหญ่จะเรียกชื่อหลานสาวตัวดีดังลั่น ก็ใช่ว่าตัวต้นเหตุจะยอมรับผิด ยังอุตส่าห์ส่งเสียงระรื่นต่อหน้าคนหัวเสียอีก

“หนูล้อเล่น อย่าเครียดสิ”
   
“ฉันเบื่อที่จะพูดจริงๆ เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจสักทีว่านิยายรักมันคืออะไร ความรู้สึกของคนสองคนมันเป็นยังไง อะไรคือเหตุที่ทำให้คนสองคนรักกันได้ ทำไมเธอไม่เรียนรู้เรื่องแบบนี้กับพี่อนงค์นาถบ้าง แม่เธอเป็นนักเขียนนิยายรักที่มีแฟนคลับเป็นหมื่น พี่วิทิตพ่อเธอก็เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ร้อยรัก”

“ที่ได้นักเขียนในสังกัดมาเป็นภรรยา” หญิงสาวรีบต่อท้าย แต่คนฟังกลับถลึงตาใส่เมื่อเธอพาออกนอกประเด็น แล้วภาพที่เห็นบรรณาธิการถอนหายใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งกับน้ำเสียงที่เหมือนจะเหนื่อยใจ

“ทฤษฎีลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น มันคงใช้ไม่ได้กับเธอสินะ แต่จะให้เอาประสบการณ์ชีวิตมาถ่ายทอดเป็นนิยาย เธอก็ไม่เคยมีแฟน คนที่ไม่เคยมีรัก จะไปรู้จักความรักได้ยังไง”

“คนที่เขียนนิยายอิโรติก ก็ใช่ว่าจะเคยทำกิจกรรมบนเตียงทุกท่วงท่าซะที่ไหน” อักษรไม่ยอม แต่อาวารีก็มีข้อโต้แย้งกลับมาจนได้

“แต่เขารู้จักใช้จินตนาการให้สอดคล้องกับความเป็นจริง”   

“หนูก็...”
   
“พอๆ ฉันขี้เกียจเถียงด้วย เอาสีข้างเข้าถูอยู่นั่นแหละ ไปเขียนนิยายรักของเธอมาใหม่ เขียนให้เป็นนิยายรัก ไม่ใช่นิยายบู๊ นึกถึงชื่อสำนักพิมพ์เอาไว้ ร้อยรัก ร้อยรัก”
   
“ร้อยรัก” อักษรเอ่ยชื่อตาม
   
“ใช่ สำนักพิมพ์ร้อยรักของพ่อเธอนั่นแหละ และพี่อนงค์นาถแม่เธอก็เป็นนักเขียนนิยายรักที่มีชื่อ ในฐานะลูกสาว ก็ช่วยสืบทอดความละมุนละไมจากท่านทั้งสองบ้าง”
   
“ค่ะ” นี่คงเป็นคำเดียวที่อาวารีอยากได้ยินก่อนจะไล่ให้เธอออกจากห้องเพื่อไปสร้างสรรค์งานที่ท่านอยากจะได้
   
จริงๆ แล้วสิ่งที่อาวารีพูดอักษรก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคำไหนผิดแม้แต่คำเดียว ความรักเป็นยังไง ต้องละมุนละไมแค่ไหน เธอรู้ดี แต่นิยายรักของแต่ละคนก็อาจไม่เหมือนกัน อย่างเธอที่ชอบให้ความรักควบคู่ไปกับเรื่องบู๊ล้างผลาญ นิยายรักที่มาควบคู่กับการสืบสวนสอบสวน มันเป็นรักที่น่าลุ้นจะตาย แล้วผิดตรงไหน ถ้ารักของเธอจะไม่เหมือนใคร ก็สไตล์ใครสไตล์มันนี่
   
แต่ทำไมสิ่งที่คิด กับความจริงที่เป็นช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน เธอยกต้นฉบับไฟรักในเปลวเพลิงที่เพิ่งถูกเฉดหัวออกมาจากห้องบรรณาธิการขึ้นมาพิจารณาเปิดผ่านๆ แล้วก็ถอนหายใจ

ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด นิยายรักของเธอไม่เห็นจะถูกใจ บก.วารี สักที อยากจะหอบต้นฉบับไปส่งที่สำนักพิมพ์อื่นก็กลัวจะเป็นการฉีกหน้าสำนักพิมพ์ร้อยรักจนเกินไป แต่ถ้าการส่งต้นฉบับครั้งต่อไปเธอยังไม่ผ่านอีกล่ะก็ เห็นทีคงต้องคุยกับพ่อกับแม่ล่ะว่าเธอขอลองเอานิยายที่มีสไตล์แบบเธอไปให้ที่อื่นพิจารณา ซึ่งเธอเคยขอมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอพ่ออ่านต้นฉบับนิยายรักของเธอเท่านั้นแหละ ท่านพูดคำเดียวว่า 

“อย่าไปเลยลูก เดี๋ยวเขาจะว่าสะเทือนมาถึงพ่อกับแม่เอาได้ ฝึกเขียนใหม่ก่อนเถอะ แล้วถ้าจะลองไปส่งที่อื่น พ่อจะไม่ห้ามหนูเลย แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

คำพูดเรียบๆ ในวันนั้นทำให้เธอไม่กล้าย่างความฝันออกจากสำนักพิมพ์ร้อยรักไปที่ไหน แต่ตอนนี้เธออยากจะลองดูสักครั้ง

แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังฟุ้งซ่าน และทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ อักษรก็รีบกดรับทันที   

“แกนี่มีสัมผัสพิเศษรึไงฮะตฤณ โทรมาได้เวลาพอดี กำลังเบื่อๆ อยากหาอะไรทำ”
   
“งั้นตามมาเลย รับรองแกต้องชอบ”
   
“มีข่าวน่าสน ว่างั้น”
   
“ใช่ ทางกองปราบกำลังจะแถลงข่าวในอีกหนึ่งชั่วโมง ว่าไงจะมาไม่มา”
   
“แล้วเจอกัน” เธอรีบกดตัดสายแล้วหอบต้นฉบับนิยายที่ถูกโยนคืนกลับมาไปขึ้นรถ

งานนักข่าวหนังสือพิมพ์แบบตฤณทำให้ชีวิตเธอมีสีสัน นั่นเป็นเพราะเขายอมให้เธอติดสอยห้อยตามไปทำข่าวด้วยตลอด ช่างเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ ที่สำคัญ เธอได้ข้อมูลคดีต่างๆ ไปใช้ในนิยายตั้งเยอะ แม้ว่าจะโดนอาวารีค้านมาตลอด แต่เธอก็เชื่อว่าต้องมีสักวันที่บรรณาธิการสำนักพิมพ์ร้อยรักจะยอมรับในผลงานของเธอ 

   

ทันทีที่จอดรถภายในกองบังคับการปราบปราม อักษรก็รีบเดินไปที่ห้องแถลงข่าว โดยมีตฤณยืนรออยู่ เมื่อเขาเห็นเธอ ก็รีบโบกมือเรียก อักษรจึงตรงเข้าไปหา แล้วเขาก็เป็นคนพาเธอเข้าห้องแถลงข่าวโดยบอกกับตำรวจที่ยืนรักษาความปลอดภัยหน้าห้องว่า เธอเป็นผู้ช่วย แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย
   
ภายในห้องแถลงข่าวที่ทางกองบังคับการปราบปรามจัดไว้ นักข่าวหลายสำนักต่างจับจองที่นั่งตามที่ตนเองสะดวก อักษรมองคนอื่นๆ ด้วยความสนใจ ในขณะที่ตฤณก็เตรียมเช็กความพร้อมของกล้องถ่ายภาพที่อยู่ในมือ แต่เธอยังไม่รู้เลยว่าการที่สื่อหลายสำนักมาอยู่รวมกันที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ต้องน่าสนใจแน่ๆ ไม่อย่างนั้นตฤณไม่ตามเธอมาสังเกตการณ์ด้วยหรอก
   
“ตำรวจเขาจะแถลงข่าวเรื่องอะไร” 
   
“คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในหลายท้องที่ไง”
   
อักษรรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยิน เพราะข่าวนี้กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป และเธอเองก็ตามคดีมาตลอดพร้อมๆ กับตฤณ “กองปราบรับคดีนี้ไว้ทำเองเหรอ”    

“ใช่ เพราะมีคนตายในหลายท้องที่ ทางตำรวจคิดว่าน่าจะเป็นคดีเดียวกัน ก็เลยโยกให้ทางกองปราบรับผิดชอบไป งานจะได้ไม่ทำซ้อนกันในหลายท้องที่ กองปราบก็จะลุยสืบสวนได้อย่างเต็มที่ด้วย”

“ดูจากการทำงานของตำรวจ เหมือนพวกเขาจะแน่ใจแล้วว่าฆาตกรเป็นคนคนเดียวกัน”

“เมื่อคืนมีการประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายชั่วโมง และเช้านี้นักข่าวทุกสำนักก็ได้รับข่าวให้มาฟังการแถลงข่าววันนี้นี่แหละ”
   
“ฉันบอกแล้ว คดีนี้ต้องถูกจัดเป็นคดีพิเศษ” เธอเคยคาดการณ์ล่วงหน้าไว้กับตฤณ แล้วมันก็เป็นจริงแล้วในตอนนี้
   
แล้วเสียงพูดคุยก็ต้องหยุดลงเมื่อตำรวจหลายนายเดินเรียงกันเข้ามา โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อย่างพลตำรวจตรีสุชาติ รองผู้บังคับการปราบปรามเป็นคนนำไปนั่งที่โต๊ะแถลงข่าว พร้อมกับแสงแฟลชและการรายงานข่าวก็เริ่มดำเนินการทันที เมื่อทุกอย่างเข้าที่ พลตำรวจตรีสุชาติก็เป็นฝ่ายกล่าวขึ้น
   
“อย่างที่ทุกคนทราบ ว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ภายในเขตกรุงเทพฯ ของเรา มีผู้เสียชีวิตที่ถูกฆาตกรรมถึง 3 ศพ และทั้ง 3 ศพมีลักษณะการตายที่คล้ายกัน นั่นก็คือรอยแทงตรงหัวใจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความสงบสุขของพี่น้องทุกคน จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกัน จนได้ข้อสรุปว่า คดีที่เกิดขึ้น ทางกองบังคับการปราบปรามจะเป็นผู้เข้ามารับผิดชอบดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยตัวเอง เราต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้”
   
หลังจากที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หยุดเว้นระยะเพื่อประเมินเหล่าสื่อมวลชน นักข่าวรายหนึ่งก็รีบยกมือ ซึ่งก็ได้รับอนุญาตให้ซักถาม
   
“ทางตำรวจคิดว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องโดยฆาตกรคนเดียวกันใช่มั้ยครับ”

พลตำรวจตรีสุชาติยังคงเป็นผู้ชี้แจง “ทางตำรวจยังไม่ขอระบุ หรือฟันธงอะไรในตอนนี้ แม้ว่าผู้เสียชีวิตทั้งสาม จากการสืบพยาน และหลักฐานต่างๆ จะพบว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน แต่เราก็ไม่อยากทิ้งประเด็นที่น่าจะเป็น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเห็นสมควรจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อสืบสวนคดีนี้โดยเฉพาะ โดยมีร้อยตำรวจเอกก่อพงศ์ โชคสกุล เป็นหัวหน้าทีม” เขาผายมือแนะนำนายตำรวจหนุ่มยศร้อยเอกที่นั่งด้านขวามือเพื่อเป็นการแนะนำ

และนักข่าวทุกสำนักก็เริ่มบันทึกภาพนายตำรวจที่ได้รับการแนะนำ ในขณะที่อักษรก็พิจารณารูปร่างหน้าตาของผู้ที่จะเข้ามารับผิดชอบคดีนี้

ร้อยตำรวจเอกก่อพงศ์เป็นคนดูนิ่งๆ แต่เวลายิ้มนี่หวานอย่างบอกใคร ถ้าเป็นพระเอกนิยายก็ผ่านฉลุย หล่อๆ แบบนี้สาวๆ ชอบ แต่สิ่งที่เธอกำลังลุ้นในตัวนายตำรวจรายนี้ คือเขาจะสามารถหาตัวคนร้ายได้รึเปล่า นี่แหละน่าสนใจที่สุด แล้วตฤณก็ยกมือขึ้นถามคำถามนายตำรวจเจ้าของคดีผู้ได้รับมอบหมายงานสืบสวนสอบสวนในคดีพิเศษ

“ผู้กองคิดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ สำหรับหาตัวคนร้ายครับ”
   
“ทางเราจะพยายามทำให้เร็วที่สุด และดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน”
   
แล้วนักข่าวจากสำนักข่าวอื่นก็ยกมือซักถามบ้าง “ผู้กองว่าอะไรเป็นสาเหตุที่น่าจะทำให้คนร้ายลงมือฆ่าผู้เสียชีวิตทั้งสามค่ะ”
   
“ขอให้ทางเราตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดอีกครั้ง ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแถลงข่าวให้ทราบโดยทั่วกัน เพราะบางอย่างยังเป็นการสืบข้อมูลในทางลับ ผมขอให้ทุกคนใจเย็นๆ และช่วยกันเป็นหูเป็นตา เห็นอะไรผิดสังเกตรีบแจ้งตำรวจทันที สำหรับวันนี้ขอบคุณครับที่มา”
   
เมื่อสิ้นคำพูดของนายตำรวจเจ้าของคดี ผู้ร่วมแถลงข่าวก็ทยอยเดินออกจากห้องประชุม รวมทั้งนักข่าวที่มาร่วมงานในครั้งนี้ แล้วอักษรก็ตั้งประเด็นคุยกับเพื่อนอีกครั้งระหว่างทางเดินไปขึ้นรถ
   
“แกว่าฆาตกรที่ฆ่าทั้งสามศพ เป็นคนคนเดียวกันมั้ย”
   
“แล้วแกว่าไง” ตฤณไม่ตอบ แต่ถามย้อนกลับ
   
“ดูจากลักษณะการตายของทั้งสามศพ แม้จะต่างกรรม ต่างวาระ แต่กลับมีรอยบาดแผลแทงเข้าที่จุดเดียวกัน ที่ตรงหัวใจ จะว่าเป็นเหตุบังเอิญมันก็จะบังเอิญเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ไป นอกเสียจากว่าคนร้ายเป็นคนคนเดียวกัน แล้วตั้งใจที่จะทำอย่างนั้น”
   
“แล้วไงต่อ”
   
“ทางตำรวจก็คงคิดเหมือนกัน เลยโยนคดีนี้ให้ทางกองปราบทำซะเลย” แต่แล้วหญิงสาวก็ทำท่าครุ่นคิด “ทำไมคนร้ายต้องแทงที่หัวใจ”

“ทุกอย่างต้องมีเหตุถึงส่งผล” ตฤณเสนอหลักการที่ควรจะเป็น
   
“อะไรที่จะเป็นเหตุให้คนเราฆ่ากันได้แบบนี้ มันยิ่งน่าสงสัยตรงที่ผู้เสียชีวิตทุกคนไม่รู้จักกันนี่แหละ ถ้าบอกว่าฆ่าแบบไม่เลือก เหยื่อต้องมีมากกว่านี้ ฉันรู้สึกว่าฆาตกรตั้งใจเลือกสามคนนี้ หรือว่าสามคนนี้ทำอะไรให้ฆาตกรแค้นจนต้องฆ่า แต่เหยื่อสามคนก็ไม่รู้จักกัน แต่ถูกแทงตายที่หัวใจเหมือนกัน”
   
ตฤณได้ฟังการสันนิษฐานของเพื่อน แล้วก็หัวเราะออกมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “แกไม่มีทางเป็นนักเขียนนิยายรักได้หรอกอักษร เลิกซะเถอะ โดยเฉพาะข้อมูลที่แกต้องเอาไปเขียน แกไม่มีวันหามันเจอ”

“หมายความว่าไง”

“ก็ไอ้ความรักสีชมพู โลกใบนี้อบอวลด้วยความรักน่ะ จะเขียนเข้าไปได้ยังไง เรื่องแบบนั้นมันไม่มีจริง ฉันว่าแกมาทำข่าวกับฉันแล้วเอาข้อมูลไปเขียนนิยายสืบสวนดีกว่า เข้าท่ากว่าตั้งเยอะ นิยายรักเพ้อเจ้อไร้สาระ แกไม่มีวันเขียนได้หรอก เชื่อฉันสิ”

เมื่อถูกดูถูกระยะเผาขนแบบนี้ คนมีฝันมีหรือจะยอม “สักวันเถอะ ฉันจะเขียนนิยายรักที่ดีที่สุดในโลกมาปาหน้าแก” อะไรก็ไม่เจ็บใจเท่าเสียงหัวเราะที่ตฤณทิ้งไว้ให้ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์คู่ชีพซิ่งหนีไป

ทำไมใครๆ ถึงไม่เชื่อว่าเธอจะทำได้ ทั้งอาวารี ทั้งไอ้เพื่อนตัวดี สักวัน สักวันเธอจะต้องเขียนนิยายรักในแบบของเธอได้สำเร็จ และจะต้องดีมากจนใครๆ ต่างก็ยอมรับความรักในแบบฉบับของเธอ ไม่เชื่อก็คอยดู

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: จับรักให้มัดใจ บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 09:38:10 PM »
“นี่อาอย่าบอกนะ! จะให้พระเอกกับผู้ร้ายได้กัน”
5555 ชอบๆ ชอบมุกนี้ นึกแล้วคงมันส์ดีพิลึก

สู้ๆ ค่ะ อักษร