ผู้เขียน หัวข้อ: สาปเคหาสน์ บทที่ 17  (อ่าน 7 ครั้ง)

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 371
    • ดูรายละเอียด
สาปเคหาสน์ บทที่ 17
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:23:48 PM »

บทที่ 17

ชายชราเดินไปเดินมาอยู่ในห้องของเขาเหมือนชะมดติดจั่น ไม้เท้าหัวมังกรยันพื้นพร้อมกับจังหวะขาก้าวเดินเสียงดังกุกกัก เขาได้ยินเสียงคนอยู่ข้างนอกห้องตะโกนเรียกภาสกรกับภูษิต คงเป็นไอ้ตำรวจนั่นแน่ เขาจึงลุกจากเก้าอี้ไปซ่อนอยู่หลังม่านที่แขวนยาวจากเพดานถึงพื้น ทิ้งรถเข็นเปล่าเอาไว้กลางห้อง แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ไอ้โง่นั่นพอเห็นรถเข็นและไม่เห็นเขาอยู่ในห้อง ก็คิดว่าเขาคงไปที่อื่นแล้ว มันไม่แม้แต่จะเดินเข้ามาดูให้ทั่วห้องด้วยซ้ำ

รถเข็นคันนี้ช่วยตบตาผู้คนมานักต่อนักแล้ว ขนาดไอ้ภาสกรยังถูกหลอกว่าเขาเดินไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ เขาพอจะเดินได้แต่ก็ไม่ถึงกับวิ่งปร๋อ ยังไงก็ต้องใช้ไม้เท้าช่วย มีคนเดียวในบ้านนี้ที่รู้ว่าเขาเดินได้ นั่นก็คือเจ้าภูษิตหลานชายคนเดียวของเขา
 
มันบอกเขาว่าได้จัดการเอาหมอลลิตาไปขังเอาไว้ที่ห้องลับทางตึกประจิม เพราะเธอออกมาเดินกลางดึก แล้วยังมุ่งหน้าไปทางตึกประจิมอีกด้วย ท่าทางของหญิงสาวส่อพิรุธมากเพราะเดินไปก็เคาะผนังไป บางครั้งก็หยุดยืนเอาหูแนบไปกับผนังตึก ภูษิตมั่นใจว่าหมอลลิตาอาจจะได้เบาะแสอะไรบางอย่าง และกำลังสืบหาความจริงเพิ่มเติม เธออาจจะออกเดินสำรวจตามห้องต่างๆ โดยแยกกันทำงานกับนายตำรวจคนนั้นก็เป็นได้

แม้ว่าพอเช้าวันรุ่งขึ้นผู้กองกาจพลจะมาถามหาหมอลลิตาเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้ออกมาเดินสำรวจด้วยกัน แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันเป็นการลักไก่ของไอ้ตำรวจนั่นหรือเปล่า ไว้ใจใครไม่ได้ ยังไงก็ต้องสงสัยเอาไว้ก่อนว่าพวกมันเริ่มจะรู้อะไรระแคะระคายขึ้นมาแล้ว

มันน่าตบกบาลไอ้หลานชายตัวดีนัก เพราะตั้งแต่ภูษิตชวนไอ้ตำรวจกับแฟนของมันขึ้นมาพักที่นี่ อะไรๆ มันก็เลวร้ายขึ้นมาทันที สองคนนั่นไม่น่าจะขึ้นมาติดพายุที่นี่เลย ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เขาถีบไอ้ธวัชตกเหวก็จะจบลงง่ายๆ พอน้ำทะเลขึ้นสูง ร่างของมันก็จะถูกกระแสน้ำพัดพาไป ถูกสัตว์ทะเลกัดกินไม่เหลือซาก ใครมาถามก็จะไม่มีทางตามมันเจอ ทางคฤหาสน์ก็แค่บอกไปว่าไม่รู้ มันอาจจะกลับออกไปแล้วไปตายโหงตายห่าอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่รู้ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องวุ่นวายอย่างนี้
คิดแล้วชายชราก็ขบกรามแน่นด้วยความแค้น นี่ถ้าแข้งขาดีๆ กำลังวังชาเหมือนหนุ่มๆ เขาจะกระทืบไอ้ตำรวจนั่นให้ตายคาตีน หนอย... มันบังอาจมาเข็นรถจะแกล้งให้กลิ้งตกบันไดลงมา ดีที่คว้างหัวบันไดเอาไว้ได้ก่อน แต่ก็เพราะอย่างนั้นมันถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นง่อยอย่างที่เห็น

ช่างประไร ก็ไม่มีอะไรจะต้องเดือดร้อนนี่หว่า เป็นง่อยมันผิดกฎหมายตรงไหนกันล่ะ มันจะรู้ก็รู้ไป ก็แค่บอกว่าหลอกไอ้ภาสกรให้มันเอาใจเตี่ยของมัน จะเป็นอะไรไปวะ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องไอ้ธวัชนี่

หรือว่ามันจะรู้อะไรมามากกว่านั้น?

นั่นสิ ทำไมอยู่ดีๆ มันถึงมาทดสอบว่าเราเดินได้ หรือว่านังเพียงพิศมันจะสาระแนไปบอกอะไรกับมัน

นังสารเลว! มันรนหาที่ตายเอง

ถ้ามันไม่มาแบล็กเมล์ว่าเห็นเขาถีบไอ้ธวัชตกผาตายละก็ มันก็คงจะยังมีลมหายใจเอาไว้ชื่นชมสมบัติที่ประจบขอไปจากเขาอยู่อีกหลายปี นังนี่มันโลภไม่มีพอหรอก เขารู้ดี

มันหวังตั้งแต่แรกว่าจะเป็นสะใภ้บ้านเคหาสน์สี่ทิศ น่าหัวเราะ แก่หนังเหี่ยวไปไหนๆ แล้ว มีหรือที่ไอ้ภูษิตมันจะแต่งงานด้วย ถ้าหลับหูหลับตาเล่นๆ ไปชั่วครู่ชั่วยามก็พอแก้ขัด หลานชายเขาออกจะหนุ่มหล่อ มีผู้หญิงตั้งมากมาย ไม่มีทางที่เขาจะมาจบลงกับนังพยาบาลจอมละโมบคนนี้แน่นอน มันนั่นล่ะที่ต้องจบ

จบชีวิตเมื่อมันคิดจะมาขู่เอาเงินจากเขาเป็นล้าน มันคิดว่าคนแก่อย่างเขาจะกลัวและยอมจ่ายแต่โดยดี คิดอะไรโง่ๆ ก็ต้องตายอย่างโง่ๆ นั่นล่ะ

ริมฝีปากเหี่ยวย่นของชายชราบิดขึ้นด้วยความสะใจ เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เขาผลักนางพยาบาลประจำตัวหล่นลงมาจากระเบียงห้อง ร่างของเธอกระแทกโขดหินแล้วกระดอน กลิ้งห่างออกไปจากตัวคฤหาสน์ น้ำกำลังขึ้นและคลื่นก็จะพัดพามันจมลงไปเป็นอาหารของฝูงปลา

หึ หึ

เขาหัวเราะในคออย่างสะใจ ใครก็ตามที่มันจะเปิดเผยความลับ คนนั้นก็ต้องถูกเก็บ มันเป็นคำสาป แต่เป็นคำสาปของเขาเอง ไม่ใช่คำสาปจากบรรพบุรุษที่ไหน ขนาดอ้างบรรพบุรุษอย่างนี้ไอ้ภาสกรยังไม่ยอมเลิกความคิดจะปรับปรุงเคหาสน์สี่ทิศ หรือแม้กระทั่งไอ้ผู้รับเหมาก่อสร้างตกผาตาย มันก็ยังดันทุรังจะดิ้นรนออกไปหาคนมาทำงานแทนอีกจนได้ นี่ถ้ามันไม่ใช่ลูกชายละก็ เขาคงจะจัดการมันให้จบเรื่องไปแล้ว

ต่อไปจะทำยังไง?

ไอ้ภูษิตใจเสาะ มันไม่กล้าเก็บนังหมอจอมแส่คนนั้น ดูท่าจะไม่พ้นมือเขาอีกนั่นล่ะ หรือจะปล่อยให้มันแห้งตายอยู่ในห้องขังลับนั่นก็ได้ คนเราไม่มีน้ำไม่มีอาหารมันจะอยู่ได้สักกี่วันกัน ไอ้ตำรวจไม่มีทางหาหล่อนเจอ พอไม่เจอมันก็จะทำอะไรเราไม่ได้ ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมาเอาเรื่อง ทุกคนที่ปากมากก็ถูกเก็บเรียบร้อย

ถ้าไอ้ตำรวจมันพล่านนัก อีกทีก็จัดการกับมันเสียอีกคน จะไปยากอะไร

ชายชราหยุดยืนมองออกไปยังมุมตึกประจิม ความลับจะถูกฝังเอาไว้ตรงนั้นตลอดไป

ก๊อก!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะดังลั่นมาจากประตู ทำเอาชายชราที่กำลังยืนคิดอะไรเพลินถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขาผงะถอยหลังเร็วจนเซแทบจะล้ม ความรู้สึกเหมือนเข็มน้ำแข็งที่แหลมคมทิ่มแทงพร้อมกันเป็นร้อยพันเล่มจากท้ายทอยลงไปที่สันหลัง เมื่อเขาหันไปมองตามทิศทางของเสียงก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะประตู มันดังเบาแล้วเพิ่มดังขึ้นจนเสียงลั่นไปตามผนังตลอดแถบ ใครกันจะทำอย่างนั้นได้

ไม่ใช่ใคร แต่เป็นอะไร

ความรู้สึกบางอย่างบอกกับชายชราว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว เพราะตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา นับจากวันที่เขาฝังศพของกัญญาไว้ในผนัง เขาก็มีความรู้สึกแปลกๆ กับผนังในเคหาสน์สี่ทิศ ทุกห้อง ทุกแห่งที่เขาเข็นรถผ่านไป มันเหมือนกับมีสายตาโกรธแค้นของใครบางคนคอยจ้องมองตามหลังเขาอยู่ตลอดเวลา แรกๆ เขาจะหันไปมอง แต่ไม่พบใครเลย จนคิดว่าตัวเองอาจจะหลอนไปเองเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ พอคิดอย่างนั้นได้ก็ไม่ใส่ใจกับความรู้สึกหลอนๆ นั่นอีก แม้ว่ามันจะไม่เคยหายไปก็ตาม

ทว่าครั้งนี้ ความรู้สึกนั้นมันกลับมาอีก และรุนแรงกว่าเดิม ที่แน่ๆ เสียงเคาะนั่นไม่ใช่ความรู้สึก แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อแน่ใจอย่างนั้น ผมขาวเส้นบางไร้น้ำหนักของชายชราก็พองตัวขึ้น อย่างนี้สินะที่เรียกกันว่าขนหัวลุก

“ใครอยู่ตรงนั้น!” เขาตวาดออกไป

เงียบ

มันเงียบและมวลอากาศก็เยียบเย็นลงอย่างประหลาดทั้งที่แสงแดดภายนอกห้องยังจัดจ้าจนแสบตา

“ใครวะ” เขาเดินไปใกล้ประตู ใจยังหวังว่าอีกเดี๋ยวไม่ลูกชายก็หลานชายจะตอบกลับมาจากอีกด้านของประตู ทว่ามีเพียงความเงียบ

“เฮ้ย!”

ตอนนั้นเองที่ชายชรารู้สึกเหมือนกับว่ามีมือของใครคนหนึ่งขยุ้มจิกเส้นผมบางๆ ของเขาเอาไว้เต็มกำมือ มันกระชากอย่างแรงจนเขาหน้าหงาย ชายชราพยายามจะหันไปมองทว่าเขาก็เหลียวไปได้ไม่มาก ที่ปลายหางตาเขาคิดว่าเห็นนิ้วมือรวบจิกกบาลเอาไว้ ทว่ามันขาวโพลนเหมือนกระดูก ชายชราได้แต่ไขว่คว้าอากาศข้างหน้า พยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากมือผีนั่น

“โอ๊ย... ใครวะ ปล่อยอั๊ว!” ชายชราร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด ผมเส้นเล็กบางที่มีอยู่น้อยนิดนั้นถูกดึงกระชากจนแทบจะเรียกได้ว่าถลกหนังหัว

เท่านั้นยังไม่พอ มือผีนั่นผลักหัวเขาไปที่ผนังห้อง ทำให้เขาต้องซวนเซตามแรงมหาศาลนั้นไปอย่างไม่อาจขัดขืนได้ มันกระแทกใบหน้าผอมเกร็งบิดเบี้ยวของเขาเข้ากับผนังจนได้ยินเสียงกะโหลกปะทะแผ่นปูนอย่างแรง เขายกสองแขนผอมแห้งขึ้นยันกับผนังพยายามสู้แรงกับมันแต่เปล่าประโยชน์

จากนั้นมือปีศาจจับกระชากใบหน้าเขากดถูไถไปกับผนัง ผิวเนื้อตรงใบหน้าครึ่งหนึ่งครูดไปกับผิวขรุขระของผนังมันกระชากหน้าเขาเปิดเปิงเป็นแผล เลือดแดงฉานถูกปาดป้ายติดเป็นทางไปกับผนังสีขาวหม่น ดังกับว่ากะโหลกของเขาเป็นพู่กันที่ถูกละเลงสีแดงสดลงบนผืนผ้าใบ ใบหน้าขาวซีดของชายชราบัดนี้ถูกถลกผิวออกครึ่งหนึ่ง ดวงตาข้างที่บดบี้อยู่บับผนังหลุดออกมาสดๆ กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเต็มห้อง

“อ๊ากกกกก!”

เขาส่งเสียงร้องลั่นโหยหวน ความเจ็บปวดสุดพรรณนาแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนชายชราสั่นเทิ้มเป็นลูกนกถูกถอนขน จากนั้นพลังลึกลับของปีศาจดูเหมือนจะล้อเขาเล่น มันปล่อยให้เขาหลุดจากอุ้งมือล้มลงกับพื้น และทันทีที่หลุดจากการถูกจิกหัว เขาลนลานลุกขึ้นแล้วเปิดประตูวิ่งออกมาจากห้องพลางร้องตะโกนอย่างคนเสียสติ

ก๋งคงไม่รู้หรอกว่าเขาวิ่งมาทางตึกประจิม



โกศลถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อผู้กองกาจพลวิ่งออกไปจากห้องในทันทีที่เขาได้ยินเสียงของใครบางคนที่อยู่ชั้นสองของตึก ตอนที่นายตำรวจเปิดประตูห้องเข้ามานั้น เขากำลังแก้มัดที่ข้อมือ มันหลวมลงและทำให้เขาพอขยับข้อมือได้แล้ว อีกไม่นานเขาจะต้องหลุดออกไปได้แน่

พอนายตำรวจกลับออกไปจากห้องเขาจึงออกแรงแก้มัดอีกครั้ง คราวนี้ออกแรงเต็มที่ เหงื่อที่ไหลออกมาทำให้ผิวลื่นขึ้นมาก ในที่สุดชายหนุ่มก็แก้มัดสำเร็จ เขาเขย่าประตูจนท่อนไม้ที่ผู้กองกาจพลเอามาขัดประตูไว้แทนกุญแจหลุดร่วงออก ชายหนุ่มเปิดประตูออกทันที

โครม!

“โอ๊ย!”

เสียงบานประตูปะทะเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนกับเสียงร้องของร่างนั้นดังขึ้นพร้อมกัน ชายหนุ่มกระโจนพรวดออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกของสัตว์ระวังภัยและพร้อมจะป้องกันตัว เขาจะไม่ยอมถูกจับอีกเป็นแน่ แต่สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นก็ทำให้เขาถึงกับผงะและนิ่งตะลึงไปพักใหญ่

นี่มันคือไอ้แก่ง่อยที่นั่งรถเข็นนี่นา แต่คราวนี้มันไม่มีรถเข็น มันล้มลงหน้าประตู นิ้วมือหงิกงออย่างคนแก่เอื้อมออกมาข้างหน้า มันกำลังพยุงตัวลุกขึ้น แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มขนลุกก็คือใบหน้าซีกหนึ่งของมันถูกถลกออกจนเห็นเนื้อแดง ลูกนัยน์ตาถลนหลุดออกมาแกว่างไปมาด้วยเส้นเอ็นที่ยังยึดโดยงไว้กับกะโหลก เสื้อผ้าของมันซีกหนึ่งแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ ส่งกลิ่นคาวน่าขย้อน

เป็นเพราะเขามัวแต่ตะลึงมองมัน ไอ้แก่หน้าผีจึงคว้าตัวเขาไว้ได้ มือของมันจับเสื้อของเขาแน่นเหมือนตุ๊กแก

“ช่ว...ย”

มันพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่เขาไม่รอฟังหรอก ชายหนุ่มเหวี่ยงหมัดโครมเข้าที่ใบหน้าของมัน ช่วยไม่ได้ที่มือของเขาจะสัมผัสกับเนื้อแดงตรงที่หนังถลกออก เลือดกระเซ็นออกมาตามแรงอัด และลูกตาข้างนั้นหลุดกระเด็นกลิ้งตกลงมาที่พื้น เหลือเชื่อว่าชายแก่หน้าผีถูกชกจนหน้าหงายแต่มือของมันยังจับยึดเสื้อของเขาไว้แน่นจนเสื้อฉีกขาดดังแควก

ด้วยความสะอิดสะเอียนเขาเหวี่ยงร่างของมันเข้าไปในห้องอย่างแรงจนร่างนั้นปลิวไปล้มลงกลางห้อง เสียงอึกอักดังมาจากร่างโชกเลือด โกศลไม่เสียเวลามองว่าไอ้แก่นั่นจะออกหัวหรือก้อย เขาเหวี่ยงบานประตูปิดแล้วสอดท่อนไม้เข้าไปในสายยูทันที ปิดล็อกอมนุษย์ตนนั้นได้แล้วเขาก็เผ่นแนบไม่เหลียวหลังไปมองอีก