ผู้เขียน หัวข้อ: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา  (อ่าน 1007 ครั้ง)

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2014, 09:48:54 PM »





ห้องทำงานกว้างขวางที่เป็นส่วนตัวตอนบ่ายของวันนี้เหลือเพียงสองสาวเลขาครอบครองพื้นที่ ธิปกไปทานอาหารกับลูกค้าด้านนอกตามลำพัง กวีณาตัดสินใจใช้วันเวลานี้บอกกล่าวเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจกับเส้นทางชีวิตแก่พุดซ้อน เจ้านายตามสายการบังคับบัญชา

หญิงสาวเลือกแล้วที่จะเดินตามฝันของตัวเอง
ทิ้งความคลั่งไคล้แบบเด็กๆ วัยเบื้องหลัง

“สโนว์ไม่พอใจเรื่องเงินเดือนหรือเปล่า หรือว่ามันขึ้นน้อยไป”พุดซ้อนเสียงสูง ดีดดิ้นแทบจะตกจากเก้าอี้เมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องจะจากไป

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ พี่พุด สโนว์พอใจ”กวีณารู้สึกแบบนั้นจริงๆ  “แต่แค่ตอนนี้อยากทำตามความฝันของตัวเอง”

“งานอาสาสมัคร งานช่วยเหลือคนอื่น มันก็ดีนะสโนว์”พุดซ้อนหยุดตะไบเล็บ กวัดแกว่งอุปกรณ์เสริมสวยแท่งสีเงินไปมา“แต่พี่ว่าเงินเดือนมันน่าจะน้อย น่าจะลำบาก”เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เบ้ปาก

“สโนว์จะลองสู้ดูสักตั้งค่ะ”กวีณากำหมัดแน่นทั้งสองมือยกมันเข้าหาตัวเองไตร่ตรองทุกอย่างถ้วนถี่

“อายุยังน้อย รีบทำตามความฝันก่อน ค่อยมาสบายตอนหลังก็ดีเหมือนกัน”พุดซ้อนหาข้อสรุปของตัวเอง “พี่คงใจหาย แต่ถ้าสโนว์ยืนยันว่าจะลาออกจริงๆ เดี๋ยวคุยกับคุณปกก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพี่นัดให้ เกริ่นบอกเธอไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยยื่นเอกสารกับฝ่ายบุคคล”

“ได้ค่ะ พี่พุด”กวีณาลอบถอนหายใจ
จะมีโอกาสอีกสักกี่ครั้งที่คุยกับธิปก
เธอได้ใกล้ชิดผู้ชายคนนี้

หญิงสาวแสร้งทำสีหน้าท่าทางร่าเริงให้สมกับที่จะได้ทำตามความฝัน แต่ก็รู้สึกว่าความรู้สึกในใจแห้งโหยเสียเหลือเกิน


สามวันหลังจากแจ้งเรื่องลาออกกับพุดซ้อน สาวทำงานรุ่นพี่ก็นัดหมายให้เธอคุยกับธิปกเป็นทางการหลังจากที่อีกฝ่ายเลิกประชุมกับฝ่ายขายทุกส่วนในบริษัท กวีณาทำนั้น โน้น นี่ฆ่าเวลาก่อนคุยกับเจ้านาย เวลาหลังจากเลิกงานล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง หัวใจเต้นเร็วยิ่งกว่าตอนมาสมัครงานที่นี้ครั้งแรก วันนั้นแทบไม่ได้คาดหวังสิ่งใดจากการสัมภาษณ์ขอเพียงได้เห็นหนุ่มในฝันใกล้ๆ สักครั้ง หลังจากที่เคยเห็นกันผ่านทางนิตยสารธุรกิจ การตลาด เห็นข้อมูลจากเว็บไซต์บ้าง

ใจเต้นแรงเพราะความหลงใหลได้ปลื้ม แต่วันนี้ใจดวงเดิมเต้นแรงคัดค้านในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ
การได้เป็นช่วยเหลือคนนั้นคนนี้คือความฝัน
การได้เป็นคนรัก ได้อยู่ใกล้ชิดกับธิปกก็คือความฝันเหมือนกัน

“ขอโทษทีประชุมติดพันนานไปหน่อย”ธิปกก้าวเท้ายาวๆ เข้าสู่ห้องทำงาน ไม่อยากบอกกวีณาเลยว่าสาเหตุที่วงประชุมล่วงเลย เลิกช้ากว่าปกติเป็นเพราะตัวเขาเองซักถาม ตั้งข้อสงสัยละเอียดยิบกว่าทุกครั้ง

หวังใช้การงานไตร่ตรอง ทบทวนเรื่องที่อยากทำเป็นรอบที่ร้อย ยิ่งเวลาผ่านเลยก็ยิ่งไม่สามารถระงับความตื่นเต้นลงใดๆ จนต้องปิดวงประชุมห้วนๆด้วนๆ

“เข้ามาคุยกันด้านใน ปิดประตูด้วย”

“ค่ะๆ”กวีณารับคำ ร้อยวันพันปีเจ้านายไม่เคยปิดประตูห้องทำงาน หญิงสาวถือเอกสารการลาออกที่พุดซ้อนเซ็นเรียบร้อยแล้ว เข้าห้องทำงานไปด้วย

ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ

เจ้านายรับฟังสาเหตุ อาจไต่ถามอะไรนิดหน่อย รั้งไว้พอเป็นพิธี
ขั้นตอนการลาออกธรรมดาปกติของมนุษย์เงินเดือน

“คุณพุดบอกว่าสโนว์อยากลาออก มีอะไรไม่พอใจบริษัท ไม่พอใจงานหรือเปล่า”โต๊ะทำงานใหญ่โตเรียบโล่งไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคขัดขวางการเผชิญหน้า

“สโนว์พอใจบริษัท พอใจงานค่ะ เพียงแต่ เพียงแต่ว่าอยากไปสานต่อความฝันของตัวเอง”ความฝันที่น่าจะเป็นจริงมากกว่าการเป็นคนรักของผู้ชายตรงหน้า

“เป็นเลขาก็น่าจะทำงานอาสาสมัครได้”ธิปกหงุดหงิดตัวเอง
เขากลายเป็นมนุษย์วกวนไปมาทั้งในห้องประชุมและตอนนี้

“คือว่า สโนว์เริ่มเบื่องานเลขาแล้วค่ะ อยากออกไปเปิดโลกกว้าง ไปพบเจอผู้คนมากกว่านี้”โลกใบใหม่ที่ห่างไกลจากธิปกคนละทิศละทาง

คงทำให้ลืมความฝันไร้สาระแบบเด็กๆ ไปได้

ธิปกกอดอก ใคร่ครวญอยู่เพียงอึดใจ ก่อนไขกุญแจเปิดลิ้นชักด้านบนสุดของโต๊ะทำงาน

“ฉันไม่ขัดขวางการลาออกของเธอ”ไม่ว่ากวีณาตัดสินใจอย่างไรก็ต้องออกจากงาน“ฉันมีข้อเสนอบางอย่างยื่นให้กับเธอไปพิจารณา บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้ทำเพราะความโรคจิต หรือดูถูกเพศหญิง เพศแม่และน้องสาวของตัวเอง ฉันมีความจำเป็นมากมายที่ต้องทำแบบนี้”ธิปกสูดลมหายใจเข้าปอด

“และฉันก็เลือกเธอ...”ชายหนุ่มย้ำคำหนักแน่น เลื่อนเอกสารตรงหน้าให้หญิงสาว เตรียมพร้อมรับเสียงกรีดร้อง ด่าทอ คำบริภาษวุ่นวาย

กวีณากวาดสายตาเร็วๆ ถ้อยคำที่ประสาทสัมผัสพอจะประมวล ประเมินได้ล้วนสร้างความงงงวย
สัญญาว่าจ้างเงื่อนไขพิเศษ
ปฏิบัติหน้าที่ภรรยาระหว่างอยู่ด้วยกันตามลำพัง ในที่รโหฐาน
สิ่งที่ได้รับ
กฎข้อห้าม

รอยหยักในหัวสมองส่งสัญญาณถึงกันไม่ปะติดปะต่อ กวีณาเงียบงันไปเกือบห้านาที
ธิปกกำลังว่าจ้างให้เธอเป็นเมียน้อย เมียเก็บแบบถูกกฎหมาย?
มีสัญญาระหว่างกันจริงจัง

หญิงสาวขยับตัวออกจากเก้าอี้ เหมือนเท้าสองข้างจะลอยๆ ไม่ติดพื้น กวีณาเดินไปที่มุมห้องทั้งสี่ทิศ สำรวจฝ้าเพดาน และร่องรอยแปลกๆ บนฝาผนังเท่าที่จะหาได้

“สโนว์ทำอะไร”ธิปกผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ขมวดคิ้ว

หญิงสาวเกาศีรษะ ขยับกรอบแว่นเอียงซ้ายเอียงขวา
ในห้องนี้ต้องมีอะไรผิดปกติ
พุดซ้อนกับธิปกต้องร่วมมือกันอำ กันกลั่นแกล้ง ส่งท้ายวาระที่เธอจะจากที่นี้ไป

“สโนว์หากล้องค่ะ”หญิงสาวหน้ามุ่ยกับไปนั่งเก้าอี้

“กล้อง”

“กล้องแอบถ่ายที่คุณปกกับพี่พุดซ่อนไว้อำสโนว์”คนพูดขมวดคิ้ว ห้องทำงานไม่มีอะไรผิดปกติ “หรือว่าจะเป็นแบบในหนังสายลับ”กวีณาเท้าฝ่ามือทั้งสองข้างกับโต๊ะ โน้มตัวไปใกล้เสื้อผ้าหน้าผมของธิปกให้มากที่สุด

“เผื่อบางที...กระดุมเสื้อของคุณปกจะเป็นกล้องถ่ายรูปแบบที่สโนว์เคยเห็นในหนังสายลับ”หญิงสาวยิ้มทั้งปากและตา ร่าเริงเหมือนตอบข้อสอบสำคัญสำเร็จ

“มันเป็นเรื่องจริงสโนว์”ธิปกยิ้มบางๆ มือใหญ่เคลื่อนไหวไปเกาะกุมมือกวีณา

สัมผัสเล็กๆ เพื่อเติมความชุ่มชื่นหัวใจให้ตัวเอง
สัมผัสเพื่อยืนยันว่าทุกสิ่งในสัญญาเป็นเรื่องจริง

“ถ้าอย่างนั้น”หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ ตบเบาๆ ลงบนหลังมือของอีกฝ่าย “รสนิยมการเลือกผู้หญิงของคุณปกต่ำกว่ามาตรฐานของผู้ชายทั้งโลกเลยนะคะนี่”

ธิปกหัวเราะเสียงดังลั่น
ท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าไม่เหมือนกับที่ชายหนุ่มคาดคิดไว้เลยสักนิด
      




นาฬิกาปลุกทำหน้าที่ของมันตามปกติ กวีณาเอื้อมมือเพียงนิดเดียว เสียงดนตรีน่ารำคาญก็เงียบลง หญิงสาวไม่มีการง่วงเหงาหาวอยากนอนต่อ หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือเธอนอนไม่หลับตลอดทั่งคืน

หลังจากวันที่รับรู้ความต้องการของธิปก ชายหนุ่มให้เวลาเธอตัดสินใจหนึ่งเดือนเต็ม

เจ้านายสำทับด้วยน้ำเสียงแข็งแรงว่าตัวเขาเองยอมรับการความต้องการของเธอทุกกรณีไม่ว่าจะเลือกเดินบนหนทางใด ไม่มีการโกรธเคือง กดดันใดๆ ตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่

‘คุณปก...แน่ใจจริงหรือคะว่าจะเลือกสโนว์เป็นภรรยาเก็บ ภรรยาน้อย”ประโยคปิดท้ายการสนทนาในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำ หญิงสาวพยายามคัดสรรถ้อยคำที่ดูดีสำหรับเจ้านายและตัวเอง

แต่เหมือนมันไม่มี!

“ถ้าสโนว์ตอบตกลง ตำแหน่งเดียวที่ผมให้สโนว์ได้ก็คือ “ผู้หญิงของผม””

ผู้หญิงของธิปก

ผู้หญิงที่ชายหนุ่มเลือกที่จะมีความสัมพันธ์ทางกาย มาหาเมื่อมีเวลาว่าง จ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินและสิ่งของรายเดือน รายสะดวก ใกล้เคียงกับภาพฝันที่กวีณาเคยเพ้อเจ้อ เคยนึกถึงระหว่างตัวเองกับธิปก

ขาดอยู่เพียงอย่างเดียว
มันไม่มีความรัก...


หญิงสาวหยิบเอกสารจากหัวเตียงขึ้นมาพิจารณาทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
ไม่มีความรักแต่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาแทนที่
รถหนึ่งคัน
บ้านหนึ่งหลัง ถ้ามีความสัมพันธ์ครบกันหนึ่งปี
รายได้ประจำเดือนครึ่งแสน ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในบ้าน
ห้ามทำงาน
ห้ามมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามคนอื่นๆ ในระหว่างที่คบหากัน
ห้ามตั้งครรภ์
ห้ามแพร่งพรายเปิดเผยโจ่งแจ้งกับบุคคลอื่นๆ รวมถึงญาติ เพื่อนสนิท
สัญญาสิ้นสุดลงเมื่อมีการทำผิดกฎข้อใดข้อหนึ่ง หรือคู่สัญญาตกลงยกเลิกสัญญาจากเหตุผลอื่นๆ

กวีณาถอนหายใจ ถ้าไม่ถือกระดาษไว้ในมือ เธอคงหนึ่งว่าตัวเองกำลังฝันซ้อนความฝัน
หญิงสาวลุกจากที่นอน เหลือเวลาอีกห้าวันในการตัดสินใจ
ห้าวันที่เธอต้องไปปฏิบัติภารกิจเลขาที่ญี่ปุ่นกับธิปกตามลำพัง
ตัวต่อตัว!


กวีณามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคกลัวความสูง ขยาดเครื่องบินแต่การเดินทางตลอดเจ็ดชั่วโมง หญิงสาวสะบัดร้อนสะบัดหนาว ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ ธิปกยังใช้คำพูด ท่าทางเหมือนเดิมตามปกติ เพียงแต่ว่าเจ้านายจับมือเธอตลอดเวลา

“สโนว์ไม่หนีไปไหนหรอกคะ ไม่กล้ากระโดดหน้าต่างเครื่องบิน”หญิงสาวใช้มืออีกข้างขยับกรอบแว่น “ไม่รู้หน้าต่างมันเปิดยังไง”กวีณาหัวเราะแห้งๆ ปิดท้ายประโยค หวังจะให้บรรยากาศครึกครื้นเหมือนที่เคยทำได้สำเร็จมาตลอด

อยู่แบบนี้นานๆ หญิงสาวรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกระเด้งกระดอนพังหน้าต่างเครื่องบินออกไปเที่ยวรอบโลกด้วยความเร็วเหนือแสง
ตลกเครื่องบินได้เพียงรอยยิ้มที่มุมปากจากธิปก
มือที่เกาะกุมกันไว้แนบแน่นยิ่งกว่าเคย เปลี่ยนที่จากบนตักของหญิงสาว มาเป็นบนเนื้อตัวของชายหนุ่ม
ตลกกลบเกลื่อนไม่สำเร็จ

โชคดีที่ตลอดระยะเวลาสามวันหลังจากการเดินทาง คิวพบปะลูกค้าแน่นหนาเสียจนแทบจะไม่มีช่องว่างใดๆ เหลือให้ได้ใกล้ชิดกัน กวีณาสาละวนอยู่กับการจดประชุม ติดต่อร้านอาหาร สถานที่นัดหมาย ประสานงานกับเมืองไทยยามมีเหตุฉุกเฉินติดขัด หญิงสาววุ่นวายกับเรื่องเล็กๆ เรื่องน้อยๆ ปล่อยให้ธิปกเจรจาได้โดยลำพัง ภาษาญี่ปุ่นของเจ้านายดีกว่าของเธอ ชายหนุ่มเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจจากประเทศแห่งนี้

“เสร็จสักที...”หญิงสาวปาดป้ายท่อนแขนไปตามใบหน้า เนื้อตัวถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้น

“นอนหลับฝันดีนะสโนว์”
เจ้านายที่สมบุกสมบันมาพอๆ กันเสื้อผ้าหน้าผมยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย

“นอนหลับฝันดีเหมือนกันค่ะ”กวีณาอวยพรตามมารยาท เธอกับอีกฝ่ายนอนอยู่ห้องติดกัน

“ถ้ายังไม่ได้คำตอบจากสโนว์ ผมคงฝันดีไม่ได้”

กวีณาชะงักมือที่กำลังเสียบแผ่นการ์ดเปิดประตู เพราะความวุ่นวายของงาน และท่าทีไม่กดดันคาดคั้นของธิปกทำให้หญิงสาวหลงลืมสัญญาจ้างงานพิเศษไปแล้ว

บวกลบคูณหารเหลือเวลาอีกเพียงสองวัน
พรุ่งนี้ที่จะเป็นวันว่างๆ การประชุมธุรกิจ ทุกสิ่งทุกอย่างกับลูกค้าจบสิ้นลงแล้ว ตามปกติ เธอกับธิปกจะใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน
วันมะรืนที่เวลาอยู่ร่วมกันคือบนครึ่งบิน
วัดใจกันเหลือเกิน

“คุณปกไม่กลัวหรือคะ บางที คำตอบของสโนว์อาจทำให้คุณปกฝันร้ายไปอีกนาน”ถ้าตอบแบบนั้นจริงๆ เธอคงฝันหวานไปตลอดชีวิต

“ไม่กลัว...”

คำตอบของธิปกมั่นคงเสียจนกวีณาต้องลอบกลืนน้ำลาย ในความสลัวๆ วอมแวมของแสงไฟ รอยยิ้มของธิปกวันนี้ดูเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน

“สโนว์...ก็ไม่กลัว”กวีณาเสียงสั่น

เธอไม่ได้กลัวธิปก แต่หญิงสาวกลัวใจตัวเองเหลือคณานับ กลัวว่าตัวเองจะคว้าโอกาสอันผิดศีลธรรม ผิดครรลองนี้ไว้กับตัว

มันไม่ใช่การตัดสินใจเลือกกินข้าว เสื้อผ้า
ทั้งชีวิต...
ชีวิตที่ไม่อาจย้อนกลับ เปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว

มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่ไม่มีโอกาสลบอดีต แม้อดีตนั้นเธอจะยังรักษาคุณค่าของตัวเองไว้ครบถ้วน ไม่ได้แย่งยื้อผู้ชายที่มีเจ้าของเป็นตัวเป็นตน ไม่ได้หวังกอบโกยทรัพย์สมบัติให้อีกฝ่ายล่มจม

“ถ้าไม่กลัว สโนว์ก็ก็ต้องแสดงให้ผมเห็น”ธิปกมีรอยยิ้มที่มุมปาก ชายหนุ่มทิ้งท้ายประเด็นเอาไว้ ตั้งใจเพียงหลอกล่อ ยั่วยวน ยังไม่ทันที่จะกล่าวราตรีสวัสดิ์กันอีกครั้ง กวีณาก็ก้าวเดินเข้ามาหา

หญิงสาวเขย่งปลายเท้า จมูกเล็กๆ จรดลงบนหน้าผาก แผ่วเบาเสียจนธิปกหงุดหงิด กิริยาอ่อนโยน นุ่มนิ่มแบบนี้มีไว้ทำกับเด็กเล็กๆ ไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัวอย่างเขา ธิปกรวบเอวหญิงสาว จิตสำนึกฝ่ายดีทะเลาะกับฝ่ายมารวุ่นวาย

เขาไม่ได้ฉวยโอกาส
เพียงแค่อยากให้หญิงสาวรู้จักการกระทำที่แท้จริงของผู้ใหญ่

ชายหนุ่มมอบจุมพิตหวามไหว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปทันทีทันใดแม้จะยืนกันอยู่ที่เดิม ความอบอุ่นของบ้าน กลิ่นหวานหอมด่ำดิ่งของกาแฟร้อนตอนเช้าและขนมอบ ธิปกได้ยินเสียงนกตัวเล็กๆ ร้องเพลงหยอกล้อเขาในการกระทำอุกอาจครั้งนี้

แตะต้อง สัมผัสยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร

ธิปกกับกวีณาผละออกจากกัน ไม่มีการเอ่ยราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดี เหมือนต่างคนต่างรู้ ถ้าเอ่ยสิ่งใดระหว่างกันเพียงนิด ค่ำคืนนี้ทั้งคืนจะไม่แยกจากกันอีก


ธิปกยืนมองประตูห้องข้างๆ ชายหนุ่มสะพายกระเป๋าสีดำ ในมือถือช่อกุหลาบสีขาวเกือบสิบดอก ลังเลใจนักว่าจะทำอย่างไรกับกับกวีณา

ปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นไปด้วยกัน
หรือจะมีเขาเพียงลำพัง
ชายหนุ่มถอนหายใจ ระงับความว้าวุ่นด้วยการพาสองเท้าเดินจากไป

กวีณาเป็นเพียงหญิงสาวที่เขาเลือก
แต่ไม่ใช่คนสำคัญ

ชายหนุ่มเลือกเดินทางในรูปแบบที่ตัวเองคุ้นเคย ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงสวนสาธารณะเล็กๆ แห่งหนึ่งชานกรุงโตเกียว เพราะยังเช้าตรู่ ผู้คนยังใช้บริการสถานที่แห่งนี้หนาตาแต่น่าแปลกที่มาเยือนทุกครั้ง เก้าอี้ตัวนั้นยังว่างเปล่า เหมือนรู้ เหมือนรอให้เขากลับมา

ธิปกวางดอกไม้จับจองพื้นที่ข้างกันๆ เอาไว้ พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเธออยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบตัว ผู้คน ต้นไม้ ตึกอาคารโดยล้อมเปลี่ยนแปลงไป

พยายามทำใจยอมรับทุกการเปลี่ยนที่เป็นไปตามกาลเวลา
ทั้งๆ ที่ยังคิดถึงอดีตหมดหัวใจ

“ซันนี่ ลูกชายของเราเก้าขวบแล้วนะ...อร”ชายหนุ่มหยิบอัลบั้มภาพถ่ายออกจากกระเป๋า ด้านในมีแต่ภาพถ่ายของเด็กชายตัวอ้วนกลมในอิริยาบถต่างๆ

ลูกชายของเขากับอรนิภา อดีตภรรยาผู้ล่วงลับหายไปจากชีวิต
เขาได้เป็นพ่อคนในวันที่สูญเสียภรรยาไปตลอดกาล
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาพบกับอรนิภาเป็นครั้งแรก

“ซันนี่ของเราตัวอ้วนขึ้นทุกวัน เป็นเพราะผมนี่แหละที่ชอบทานของหวานให้ลูกกินตาม”ธิปกพยายามส่งยิ้มให้ต้นไม้ใบหญ้า น้ำตาคลอเบ้า “ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่ายิ่งน้ำหนักมากขึ้น ลูกของเราก็ยิ่งพูดน้อยลง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ชอบมีเพื่อน วันๆ ยุ่งอยู่กับการวาดสิงสาราสัตว์ ดักจับแมลง อรอย่ากังวลนะ ผมพาลูกไปหาหมอมาแล้วเรื่องนี้ ไม่มีอะไรผิดปกติ ซันนี่ของเราแค่ชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ที่ตัวเองเป็น”ผู้เป็นพ่อไม่เปิดเผยความจริงทั้งหมด ส่วนหนึ่งที่ซันนี่หรือภากรมีเพื่อนน้อยเหลือคณานับเพราะปมเหตุหนึ่งมาจากเรื่องที่ถูกล้อเลียนเสมอว่าเด็กชายไม่มีแม่

“น่าเสียดาย อรน่าจะได้อยู่กับลูก”

ธิปกเดินจับผลัดจับผลูเดินทางมาเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยความไม่เต็มใจนัก ในเรื่องไม่ดีก็ยังมีความสวยงาม เขาพบเจอสาวน้อยคนไทยนั่งวาดรูปที่เก้าอี้แห่งนี้เป็นประจำ เพราะความคุยสนุก เป็นกันเอง ซ้ำอีกฝ่ายยังอยู่ที่นี้มานานกว่าเขา แนะนำได้ทุกเรื่อง

ความสนิทสนมเพิ่มพูน ขยับฐานะได้ง่ายดายจากเพื่อนกลายเป็นคนรัก และทันทีที่กลับถึงเมืองไทยก็กลายเป็นคู่ชีวิต อาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างในฐานะสามีภรรยา  ลิ้นกับฟัน แต่ทั้งเขาและอรนิภาก็ผ่านมันมาด้วยดี จนกระทั่งภรรยาตั้งครรภ์ในจังหวะที่กำลังเป็นดาวจรัสแสงดวงใหม่แห่งวงการแฟชั่นเมืองไทย

อรนิภาทำงานหามรุ่งหามค่ำ สุขภาพของว่าที่คุณแม่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วเพราะอาการผิดปกติของหัวใจ อ่อนแอเสียจนธิปกต้องสั่งห้ามอีกฝ่ายทำงานหนักแต่เหมือนไม่เป็นผลสำเร็จ ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทองหอมหวานเกินกว่าที่จะหยุดยั้งการกระทำของอรนิภาได้ คุณพ่อมือใหม่กังวลไปทุกสิ่งอย่าง แล้วทุกสิ่งที่ธิปกเคยหวาดกลัวไว้ก็เป็นจริงอรนิภาเสียชีวิตทันทีหลังการคลอดลูก

“ผมกับซันนี่ดูหนังด้วยกันบ่อยๆ แต่ก็ทะเลาะกันอยู่ดีตอนเลือกเรื่อง ซันนี่ดูสารดีทั้งปีแต่ผมชอบดูหนังสืบสวน ถ้าอรอยู่คงมาช่วยกันเป็นกรรมการ”ธิปกพลิกเปลี่ยนรูป เล่าถึงลูกชายไปเรื่อยๆ จนเวลาคล้อยเย็น

ไม่หิว ไม่เหนื่อย
ดื่มด่ำกับอดีตจนอิ่ม
จมอยู่กับความเสียใจเดิมๆ จนจุก

“อร...ผมมีเรื่องจะบอก คุณจะโมโห จะโกรธผมก็ได้นะ ผมตัดสินใจขอผู้หญิงคนหนึ่งมีความสัมพันธ์ด้วย มันไม่ใช่ว่าผมรักเขาหรอกนะอร”ธิปกเม้มปาก มั่นใจนักว่านอกเหนือจากภรรยาและลูก เขาไม่อาจรักใครได้อีก “มันเป็นความรู้สึกเห็นแก่ตัว อยากมีใครสักคนมาช่วยแบ่งปันเรื่องนั้น โน้น นี่ ร่วมทุกข์ร่วมสุขแต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนรัก  ไม่ใช่ความรัก”ชายหนุ่มย้ำบอกภรรยาและตัวเอง “แต่อรมั่นใจได้นะว่าผมเลือกแล้ว คอยดูเธอมาตลอดสามปี เธอเป็นคนดี สดใส ไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้ผมกับลูกแน่ๆ”ธิปกบอกเล่าถึงกวีณาคร่าวๆ

“อย่าโกรธผมเลยนะอร...”ชายหนุ่มวางดอกไม้ข้างตัวไปอีกด้านของเก้าอี้ ที่ๆ ครั้งหนึ่งอรนิภาพเคยจับจองเอาไว้ “ผมยังรักคุณเสมอ...”ธิปกไม่แน่ใจจริงๆ ว่าประโยคนี้ตัวเองพูดกับอดีตภรรยาหรือย้ำให้ตัวเองจำจนขึ้นใจ

ชายหนุ่มเดินออกจากสวนสาธารณะเร็วกว่าทุกครั้งที่มาเยี่ยมอรนิภาที่นี่


กวีณาหมกตัวอยู่ในแต่ในห้อง สัญญาว่าจ้างเงื่อนไขพิเศษไม่เหมือนใครของธิปกนอนเอ้งเม้งอยู่กลางเตียงมานานเกือบสิบชั่วโมง

“พอแล้ว...เด็กหญิงโสนน้อยเรือนงาม”กวีณาปลุกปลอบใจด้วยฉายาและชื่อเล่นตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก หญิงสาวลุกขึ้นยืนมองกระจก

สิ่งที่ธิปกหยิบยื่นให้อาจจะไม่ใช่เรื่องดีที่สุดในชีวิต
แต่มันก็คือโอกาสดีที่สุดที่ได้อยู่ใกล้ชิดชายหนุ่ม

กวีณาขยับแว่นตา ค่อยๆ หมุนตัว ยิ้มกว้างให้กระจก บังคับให้แววตาร่าเริงเหมือนเคยแต่มันกลับยากกว่าที่ใจคิด “งานพิเศษ”ที่ธิปกอยากให้เธอทำ แม้ชายหนุ่มจะพยายามเลี่ยงใช้คำพูดว่ามันคือตำแหน่งผู้หญิงของเขา ไม่ใช่ภรรยาน้อย ภรรยาเก็บ แต่มีผู้หญิงดีๆ สักกี่คนยอมรับ

คุณค่าความหมายของตัวตนอยู่ที่สิ่งใดกันแน่ สังคม คนอื่นตัดสิน หรือจะเป็นตัวเราเอง
หญิงสาวฉีกยิ้มอีกครั้ง คราวนี้แววตาร่าเริงดุจเดิม

ถึงจะเธอจะมีตำแหน่งในชีวิตของธิปกไม่น่าอภิรมย์นัก แต่เธอจะเป็นเมียน้อย เมียเก็บคุณภาพดีที่สุดในโลก ไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้แก่ชายหนุ่มและตัวเอง ยึดมั่นสัญญายิ่งชีพ

เธอจะเป็นของหวาน...
ที่มีประโยชน์ มีคุณค่าแก่ผู้บริโภค ไม่ทำตัวเฉกเช่นของหวานขยะ หน้าตาดี รสชาติดีชวนลิ้มลองแต่กลับขาดแคลนคุณค่าสารอาหารสำคัญ อุดมด้วยอันตราย

เพียงแค่นึกถึงอาหาร หญิงสาวก็ท้องร้อง
กวีณาคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กมาคล้องบ่า ต้องหาอาหารเติมพลังงานก่อนจะทำทุกหน้าที่ให้สมบูรณ์


หญิงสาวกลับมาที่พักอีกครั้งพร้อมถุงเสบียงยามค่ำคืน อาหารญี่ปุ่นสดๆ ที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยแสนถูกใจแต่กวีณายังเตรียมแซนด์วิช และนมไว้เผื่อหิวยามดึก กวีณากะฉลองความโสดของตัวเองจนถึงย่ำรุ่ง ตอบรับเงื่อนไขของธิปกพรุ่งนี้ทันทีที่พบหน้า เตรียมใช้เวลาบนเครื่องบินในการนอนหลับหนีสายตา หนีหน้าเจ้านายที่กำลังจะมีความสำคัญและความสัมพันธ์ลึกล้ำ

กวีณาชะงัก ผู้ชายห้องข้างๆ ที่ตามปกติวันนี้จะไม่เห็นหน้ากัน กำลังเปิดประตูเข้าห้อง

ถ้าเมื่อคืนที่โดนธิปกขโมยจูบเป็นหนึ่งในฉากของภาพยนตร์โรแมนติก ตอนนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในฉากของภาพยนตร์สยองขวัญ

ธิปกที่ตามปกติผิวขาวอยู่แล้ว ผิวขาวซีด นัยน์ตาแดงช้ำ ปลายจมูกแดง ริมฝีปากแตกระแหง ผมสีดำสนิทที่ถูกตัดสั้นเรียบร้อยดูเหมือนทะเลาะกับหวี และไปญาติดีกับสายลมแรง มองผิวเผินเหมือนอีกฝ่ายอยู่ร่วมเผ่าพันธุ์กับแวมไพร์หนุ่มรูปหล่อชื่อดังในโลกของภาพยนตร์

“สวัสดีค่ะ...คุณปก”หญิงสาวกล้าๆ กลัวๆ จะโดนกัดคอทักทายออกไป สองเท้าก้าวสั้นๆ เขยิบเข้ามาใกล้ที่ตอนนี้ฐานะระหว่างกันยังเป็นเพียงเจ้านายและลูกน้อง

ยิ่งเข้าใกล้ สภาพความย่ำแย่ของธิปกชัดเจนขึ้น
จนกวีณาอดเป็นห่วงไม่ได้

“คุณปกทานอะไรมาแล้วหรือยังคะ”คิดอะไรไม่ออกจริงๆ นอกจากเรื่องข้าวปลาอาหาร

“ผมไม่อยากทานอะไร”ธิปกเปิดประตูห้อง ต้อนรับหญิงสาวมาเป็นแขกแบบไม่ต้องเชื้อเชิญ

“ทานหน่อยเถอะคะ สภาพคุณปกไม่ดีเลย”กวีณาพูดตามที่สายตาเห็น วางข้าวของทั้งหมดที่ดูเหมือนตอนนี้จะเอื้อประโยชน์กับเจ้าของห้องมากกว่าเธอลงบนโต๊ะทรงกลมเตี้ย เหลียวซ้ายแลขวา แม้ขนาดห้องจะเท่ากันแต่ดูเหมือนว่าห้องนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากกว่า

กวีณาอาศัยจังหวะที่ธิปกเดินเข้าห้องน้ำ แกะแซนด์วิชออกจากห่อวางบนจานกระเบื้องส่งเข้าไมโครเวฟ และทำแบบเดียวกันกับนมจืดที่อยู่ในขวด

กลิ่นหอมตลบอบอวลอยู่ในห้องแต่เหมือนมันไม่สามารถเรียกความสนใจใดๆ ได้จากธิปก
ทันทีที่ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำก็ตรงไปยังเตียงนอน ซุกตัวเองกับผ้าห่มหนา ทิ้งให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนหันซ้าย หันขวา

กวีณาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนน้อยออกจากตู้เสื้อผ้าใบโต เอ่ยขออนุญาตเจ้าของห้องที่ยังหลับตานอนนิ่ง ธิปกไม่สนใจซับน้ำออกจากใบหน้าและเส้นผมให้เรียบร้อยก่อนด้วยซ้ำ

“ขอโทษนะคะ”กวีณาไม่รอคำอนุญาต เช็ดหน้าตาให้อีกฝ่าย หญิงสาวลองใช้ฝ่ามือทาบลงเบาๆ บนเนื้อตัวอีกฝ่าย แม้อุณหภูมิจะไม่สูงมากแต่ธิปกก็น่าจะเป็นไข้ “คุณปกทานอะไรรองท้องนิดๆ หน่อยๆ ก่อนทานยานะคะ”หญิงสาวมียาแก้ปวดลดไข้ติดตัวเสมอ

นางพยาบาลจำเป็นประคองให้ชายหนุ่มบนเตียงอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมให้ความร่วมมือโดยดี หญิงสาวส่งแก้วนมพร้อมหลอดดูดเป็นทัพแรก ตามมาด้วยแซนด์วิชหั้นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากฝีมือของเธอ

“ทานอีกหน่อยสิค่ะ”กวีณาพยายามคะยั้นคะยอ เมื่อเห็นแซนด์วิชพร่องไปไม่ถึงครึ่ง

“ไม่ไหวจริงๆ ครับ ขอน้ำเปล่าอีกสักแก้วดีกว่า”

“ถ้าอย่างนั้น น้ำหมดแก้ว นมหมดแก้วนะคะ”ข้อตกลงของนางพยาบาลพิเศษได้รับการตอบรับจากธิปกอย่างดี “ยาสองเม็ดน่าจะช่วยให้คุณปกดีขึ้นค่ะ พรุ่งนี้เดินทางจะได้สบายตัว”

“ผมไม่อยากทานยา...”ชายหนุ่มปฏิเสธ หยิบยาสองเม็ดออกจาฝ่ามือหญิงสาว ก่อนจะเกาะกุมมือนั้นเอาไว้ “อยู่ด้วยกันตลอดคืนนี้ได้ไหม”

“ค่ะ...คุณปกว่าอะไรนะคะ”

ไม่มีคำถาม
ไม่มีคำตอบ
ไม่มีการพูดจาอื่นใดตลอดค่ำคืน

หญิงสาวๆ ที่นานครั้งจะป่วยไข้ รู้สึกเหมือนตัวเองเจ็บป่วยกะทันหัน ร่างกายเปล่าเปลือยสะบัดร้อนสะบัดหนาวจากการสัมผัสแตะต้องทุกอณูเนื้อของธิปก

สัญญาว่าจ้างพิเศษ
ใช้วิธีลงนามวิจิตรพิสดารลึกล้ำยิ่งกว่าที่กวีณาคาดคิดเอาไ
ว้

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2014, 09:50:24 PM »
เจอคำผิดอื่นใด
ช่วยกระโดดจับให้ด้วยนะคะ

มาอุ่นๆ ร้อนๆ

ขอบคุณคนอ่าน
ขอบคุณนักข่าวประจำห้องด้วยค่า

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 237
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 12:45:07 PM »
ครึ่งบิน
ก็ก็

คุณเหมือนพระจันทร์คอดใจร้ายเลยอ่ะ
ดูดิ๊ สองคนนั้นลงนามกันท่าไหนก็ไม่บอก มะนอรู้สึกเหมือนหัวใจสลายเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ
นู๋สโนว์ก็อีกคน อันที่จริงไม่ต้องรอครบเดือนก็ได้ นี่ถ้าเป็นมะนอนะ สองวันพอ
อ่อ ไม่ได้ใช้เวลาตัดสินใจนะคะ แค่อยากมีเวลาเก็บเสื้อผ้าให้มันเรียบร้อยเท่านั้นเอ๊งงงงง

ตายค่ะ ถ้าจะหวานจนขัณฑสกรอายขนาดนี้ มะนอต้องตายแน่ๆ ;D ;D ;D

จัดมาค่ะ ให้เบาหวานขึ้นตากันไปข้างหนึ่งเลย เอาซิ เอาซิ อิอิอิ

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 07:10:50 PM »
กำลังปั๊มลายนิ้วมือประทับสัญญากันอยู่ก็จบตอนซะงั้น

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 2 สัญญาของเรา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2014, 09:41:50 PM »
 ;D