แรลลีแข่งเขียนนวนิยายใน 3 เดือนครั้งที่ 23 10 กันยายน - 10 ธันวาคม > 3. ลุงทอม / noneko

ปิ่นสื่อรัก ตอนที่ 1

(1/1)

noneko:
   “ข้าถูกใจเสวี่ยไป๋นัก ยิ่งพออยู่ในร่างจิ้งจอกยิ่งน่ารักน่าอุ้ม”
   เทพเซียนมังกรฟ้าเอ่ย หัวเราะร่าอย่างถูกอกถูกใจยามที่ได้อุ้มเสวี่ยไป๋ไว้ในอ้อมแขน
   ตอนนี้คนที่เคยอุ้มอยู่บ่อยครั้งเป็นเจ้าบ่าวเข้าหอไปแล้วและเจ้าสาวในค่ำคืนนี้ก็ดุใช่ย่อย ขืนทำอย่างที่เคยทำมาอีกคงโดนหลานศิษย์งอนเอาแน่ และอาจารย์ปู่ก็คิดดีแล้วว่าควรไว้หน้าลูกศิษย์สุดที่รักบ้าง ในเมื่อต่อหน้าต่อตามีตัวแทนมาให้เล่นด้วยต่างตุ๊กตาอยู่ตรงนี้ เป็นตัวผู้จะจับจะกอดอย่างไรก็ไม่ถูกครหาว่าเป็นเซียนเฒ่าลามก ขนหรือก็ฟูนุ่มดุจปุยไหม แล้วจะรออะไรล่ะ อุ้มเลยสิ
   ด้านเสวี่ยไป๋ยอมให้เทพเซียนมังกรฟ้าอุ้มโดยดีเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ของเทพเซียนชิงหลงที่เจ้าตัวรักและเคารพ และยังชั่งใจดูอย่างถี่ถ้วนแล้วด้วยว่าฝ่ายอาจารย์นั้นดูน่าเข้าใกล้กว่าคนที่เป็นศิษย์คนที่สามซึ่งหนีกลับไปแล้วมากกว่า
   นั่นน่ะเหรอเนื้อคู่ของเขาที่มีด้ายแดงเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน เขาคิดว่าเทพเซียนมังกรฟ้าคงดูผิดแล้ว!   
    หลังจากเจ้าจิ้งจอกน้อยดมกลิ่นคนอุ้มแล้วตัดสินในใจว่าพอคบได้ในระดับหนึ่งแล้วเ สวี่ยไป๋เลยยอมเลยตามเลย
   “เสวี่ยไป๋ ข้าจะพาเจ้าไปเล่นบนสวรรค์ กินขนมอร่อยๆ ไปกับข้าไหม?” เทพเซียนมังกรฟ้าชักชวน ใบหน้าหล่อเหลานั้นฉายแววใจดีอย่างเปี่ยมล้น
   คำชวนนี้เสวี่ยไป๋ฟังแล้วถึงกับหูผึ่ง ทั้งได้กินขนมทั้งเล่น โชคสองต่อเช่นนี้ไม่ถือว่าดีงามหรอกหรืออย่างไร
   “ข้าไป ข้าไป”
   เสวี่ยไป๋รีบตอบรับโดยไม่แม้แต่จะคิดใคร่ครวญอะไรทั้งนั้น แล้วยังไม่สนใจจะมองสายตาของเหล่าศิษย์ที่ยังนั่งอยู่ในงานแต่งงานที่พากันส่งสัญญาณเตือนมาทางสายตา
   ‘ระวังตัวนะ นั่นน่ะไม่ใช่เซียนหรอก แท้ที่จริงคือมารร้ายของแท้เลยล่ะ’

   เสวี่ยไป๋เป็นปีศาจจิ้งจอก เดิมทีก็อาศัยอยู่ในป่าเชิงเขาตงเปียนของแคว้นเฉียนตามลำพัง บรรดาพ่อแม่พี่น้องที่เคยมีล้วนตายตกไปทีละตัว คงเหลือเพียงเขาที่ทาทายาดและอึดยิ่งกว่าแมลงสาบจึงรอดชีวิตมาได้ถึงทุกวันนี้ จากหางเพียงหนึ่งหางเมื่อบำเพ็ญเพียรนานวันเข้าจำนวนหางก็เพิ่มมากขึ้นจนครบเก้าหางในอีกพันปีต่อมา
   ไม่มีใครหน้าไหนหาญกล้ารังแกหรือดูถูกเขาได้อีก ในป่าที่กว้างใหญ่แห่งนี้นับได้ว่าเสวี่ยไป๋คือปีศาจชั้นสูงที่มีพลังสูงที่สุดแล้ว บรรดาปีศาจตัวจ้อยต่างยกให้เป็นลูกพี่ใหญ่ อยากติดตามเป็นลูกน้องคอยรับใช้แต่เสวี่ยไป๋กลับไม่ยอมรับและยังทำตัวเป็นจิ้งจอกเดียวดาย ไม่คิดหาสหาย ไม่หวังพึ่งพาใครทั้งสิ้นและจมอยู่กับตัวเองจนน้ำลายบูดไปหมดแล้ว และโชคชะตาก็นำพาให้จิ้งจอกเก้าหางขี้โม้ได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่ง
   จิวซิน
   เด็กคนนั้นเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำแต่สัญชาตญาณของเสวี่ยไป๋กลับร้องเตือนว่าจิวซินคบได้และเขาก็คอยเพียรพยายามไปเมียงๆ มองๆ แถวๆ บ้านของเทพเซียนบูรพา จากนั้นไม่นานก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบ้านหลังนั้น เป็นแขกพิเศษที่มักไปเยี่ยมเยียนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนถึงวันนี้ เด็กน้อยในวันนั้นได้เติบโตเป็นสาวและแต่งงานกับซือฟุของนางไปแล้ว เสวี่ยไป๋จึงคิดว่าจะไปรบกวนสองสามีภรรยาให้น้อยลงหน่อย
   ในเมื่อมีคนเสนอพาเที่ยวสรวงสวรรค์ เสวี่ยไป๋ก็ไม่ขัดข้องอิดออด รีบตกลงตามไปอย่างง่ายดาย
   ก็เสวี่ยไป๋เคยคิดอะไรให้ยุ่งวุ่นวายไหมล่ะ ไม่เคยเลยสักครั้ง ตัดสินใจทุกสิ่งทุกเรื่องจากหัวใจเรียกร้องเท่านั้น เรื่องเหตุผลน่ะลืมๆ มันไปเสียเถอะ!
   สรวงสวรรค์เป็นสถานที่ห่างไกลจากความคิดของเสวี่ยไป๋มาก แม้จะมีปีศาจบางจำพวกที่บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียนและไปอยู่บนก้อนเมฆนั่นอยู่บ้าง และกว่าครึ่งต่อครึ่งก็เป็นพวกจิ้งจอกเก้าหางอย่างเขานี่ล่ะ แต่เสวี่ยไป๋ไม่เคยคิดสนใจที่จะเป็นเทพเซียนเลยแม้แต่น้อย
   กิน เที่ยวและนอน
   เสวี่ยไป๋คิดแค่นี้เท่านั้น เรื่องอนาคตอะไรนั่น หรือเป้าหมายในชีวิตเขาไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ
   พอมาถึงสรวงสวรรค์เสวี่ยไป๋ก็ตื่นเต้นและมีความสุขกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน พวงหางฟูขาวนุ่มดุจหิมะนั้นส่ายดุกดิกพร้อมกับหูแหลมๆ บนศีรษะที่กระดิกไปมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
   “เสวี่ยไป๋เอ๋ย ที่นี่คือบ้านของข้า”
   “หะ?”
   สวรรค์ควรจะเป็นสถานที่ที่สวยงาม ตึกอาคารงดงามวิจิตรบรรจง มีสตรีหน้าตาแฉล้ม เจริญหูเจริญตาเดินผ่านไปมาให้ชื่นชม ควรจะเป็นเช่นนี้ทั้งหมดไม่ใช่เหรอ โดยเฉพาะบ้านของเทพเซียนมังกรฟ้าซึ่งทราบมาว่าเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่มากจนแม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจอย่างมาก แต่ทำไมบ้านของเทพเซียนมังกรฟ้าจึงได้...
   อย่างกับบ้านร้าง
   “แน่ใจหรือว่าไม่ใช่บ้านร้าง?” เสวี่ยไป๋ยังใจกล้าถามเพราะอยากรู้จริงๆ
   เทพเซียนมังกรฟ้าเลิกคิ้ว
   “เพ้ย บ้านร้างที่ไหน ออกจะกว้างขวางและภูมิฐานถึงเพียงนี้” เจ้าของบ้านหลับตาพริ้ม ยิ้มอย่างภาคภูมิใจเหลือคณา
   “มันกว้างก็จริงอยู่นะท่านเทพเซียนใหญ่แต่ว่ามันทรุดโทรมมาก นี่ไม่มีใครคอยมาดูแลในระหว่างที่ท่านไม่อยู่บ้านเลยหรือ คงจะไม่มีเงินจ้างสินะ ลำบากแย่เลย นี่ตัวท่านไม่ได้กลับบ้านมานานเท่าไหร่แล้วนี่”
   “ครั้งนี้ก็แค่ปีเดียวเท่านั้นเอง”
   เสวี่ยไป๋เรียกเทพเซียนมังกรฟ้าว่าท่านเทพเซียนใหญ่เพราะมันสั้นและจำง่ายดีและความพูดมากซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ยังคงมีอยู่ครบถ้วน ยิ่งเป็นคนที่เจ้าจิ้งจอกชอบพอด้วยแล้วยิ่งให้ความสนิทสนมเป็นกันเองเข้าไปใหญ่ กับเทพเซียนมังกรฟ้าอาจารย์ของเทพเซียนชิงหลงเจ้าตัวก็ใช้จมูกสูดดมรอบตัวแล้วจึงใช้สัญชาตญาณตัดสินแล้วว่าคบหาได้ รู้สึกสบายใจก็พอแล้ว
   จิ้งจอกเฒ่าร่างน้อยกลอกตา
   “ใครเขาไม่อยู่บ้านกันเป็นปีๆ บ้างละท่าน แล้วจะมีอะไรให้กินไหมในเมื่อไม่มีใครอยู่เลยเนี่ย”
   “เจ้านี่ก็ห่วงแต่เรื่องกิน ระวังเถอะคนรักในอนาคตเขาจะน้อยใจ”
   เทพเซียนมังกรฟ้าหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีเลศนัย เสวี่ยไป๋ซึ่งตอนนี้ไม่มีคิ้วได้แต่หรี่ตามองและอดที่จะบ่นไม่ได้
   “ข้าว่าช่วงหลังๆ มานี่ข้าได้ยินคำว่าคนรักมาบ่อยครั้งยิ่งนักจนไม่เข้าใจว่าคนรอบข้างที่ต่างก็รักและหวังดีกับข้ายิ่งนักต่างก็คิดว่าข้าควรจะมีคนรักได้เสียทีแล้วหรืออย่างไร” เจ้าตัวถอนหายใจยาว แกว่งหางไปมา “ข้าไม่ได้ต้องการเสียหน่อย อยู่อย่างนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้วนี่ แล้วเรื่องด้ายแดงอะไรนั่นก็เหมือนกัน ข้าว่าท่านเทพเซียนใหญ่คงดูผิดแล้วล่ะ ข้าจะไปมีด้ายแดงเชื่อมต่อกับบุรุษด้วยกันได้อย่างไร”
   “เพ้ย คนเราก็ต้องมีคนรักเหมือนหยินกับหยาง ขาวกับดำนั่นละ”
   “ทีท่านไม่เห็นจะมี” เสวี่ยไป๋เถียง “แล้วข้าก็ไม่ใช่คนด้วยแต่เป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางต่างหาก และท่านไม่ได้ฟังที่ข้าย้ำหรือว่า ‘เป็นบุรุษ’ น่ะ”
   “ข้ามันผ่านโลกมานักต่อนักแล้ว ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คนรักน่ะใช่ว่าจะไม่เคยคบหาแต่ไปกันไม่รอดต่างหากเล่า”
   เสวี่ยไป๋หูผึ่ง  นัยน์ตาสีทับทิมเบิกกว้าง
   นี่เป็นเรื่องใหม่!
   เรื่องที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยหรือบางทีอาจจะรู้เป็นคนแรกก็ได้ ยอดไปเลย!
   “นี่แปลว่าท่านจะเล่าให้ข้าฟัง?”
   เสวี่ยไป๋ถามอย่างมีความหวังและลืมเลือนเรื่องด้ายแดงของตนเองไปเสียแล้ว เรื่องของผู้อื่นย่อมน่าสนใจยิ่งกว่าในสายตาของจิ้งจอกขนฟูอยู่แล้ว
   เทพเซียนมังกรฟ้ายิ้มอ่อนโยนและโบกแส้ปัดรังควานในมือ
   “ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำตัวน่ารักแค่ไหน ฮึๆ”

   ‘น่ารัก’
   เสวี่ยไป๋รู้ตัวเองดีว่าเขาน่ารัก น่ารักที่สุดในสามโลก! แต่เทพเซียนมังกรฟ้าต่างหากที่ไม่น่ารัก ไม่สิน่าเกลียด น่าเกลียดและไร้ยางอายที่สุดในสามโลกเลย!
   มีอย่างที่ไหนทำไมเขาถึงตื่นขึ้นมาแล้วนมโตเป็นแม่วัวอย่างนี้ได้ โตกว่าของจิวซินอีก!
   คิดแล้วก็เจ็บใจนัก เมื่อวานเขาสู้อุตส่าห์รอฟังอย่างดีว่าความรักครั้งเก่าของเทพเซียนมังกรฟ้าคือใคร หรือจะเป็นชายตัดแขนเสื้อจริงอย่างข่าวลือหรือไม่ ก็ยังไม่ทันได้เล่าเพราะเจ้าของบ้านกลับเอ่ยขึ้นว่า
   “เสวี่ยไป๋เอ๋ย ข้าคอแห้งนักเจ้าเทชาให้ข้าจิบที”
   ไหนล่ะชา? บ้านฝุ่นคลั่กอย่างนี้!
   เสวี่ยไป๋เพียงแค่คิดในใจและหลังจากนั้นเพียงแค่เทพเซียนมังกรฟ้าโบกแส้ปัดรังควานในมือครั้งเดียว จู่ๆก็มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะในห้องโถงมากมายจนเขาต้องขยี้ตาอยู่หลายครั้งเพราะไม่แน่ใจว่ามันคือภาพลวงตาหรือของจริงกันแน่ในเมื่อเขาได้กลิ่นที่ยั่วยวนจมูกนั้นเสียด้วย
   “ไม่ต้องงง นี่ไม่ใช่ของปลอม ข้าสั่งให้บรรดานางฟ้าให้ทำอาหารเตรียมไว้ มันก็แค่ลูกเล่นเล็กๆน้อยๆ เพื่อต้อนรับเจ้าเท่านั้นเองเจ้าจิ้งจอกน้อย”
   “อย่างนี้ก็แปลว่ากินได้?”
   “แน่นอน ขนมนั่นอร่อยมากเลยนะ”
   แล้วมือของท่านเทพเซียนใหญ่ก็ชี้ไปที่ขนมในจานตรงหน้าเขา มองดูแล้วก็เป็นแป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปลักษณ์สามัญอย่างที่สุดและก็ไม่ใช่ของชอบของเสวี่ยไป๋สักเท่าไหร่ด้วย เขาจะปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ได้ลองก็กระไรอยู่จึงหยิบมาลองชิมดู
   “นี่ท่านเทพเซียนใหญ่ ท่านบอกจะเล่าเรื่องคนรักของท่านให้ข้าฟังลืมแล้วหรืออย่างไร เล่ามาตอนนี้เลยข้าอยากรู้จะแย่อยู่แล้ว”
   ระหว่างชิมไปปากของเสวี่ยไป๋ก็ยังพูดไม่หยุดอยู่ดี ตอนนี้เขาอารมณ์ดีอย่างมากเลยทีเดียวเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอใครอื่นนอกจากจิวซินที่เรียกเขาว่า ‘จิ้งจอกน้อย’
   กับจิวซิน เสวี่ยไป๋เองก็นึกกระดากในใจอยู่บ้างเพราะอายุอานามของเขาหากเทียบกับสาวน้อยนางนั้นแล้วสมควรที่จิวซินจะเรียกขานเป็น ‘ผู้เฒ่า’เสียมากกว่า มาวันนี้ได้เจอบุรุษซึ่งเป็นผู้เฒ่าเสียยิ่งกว่าตนเองมากนักจึงดีใจเป็นธรรมดา
   “แน่ะ ความจำดีเสียอีก” เทพเซียนมังกรฟ้าโคลงศีรษะและกลอกตามองบนเหมือนพยายามจะนึกเรื่องแต่หนหลังที่นานนมมาหลายปีมากแล้ว “เรื่องมันก็เริ่มขึ้นเมื่อตอน...อ้าว! ง่วงเสียแล้วหรือจิ้งจอกน้อย?”
   เสวี่ยไป๋ปรือตา ตอนนี้เขารู้สึกง่วงจริงๆ ง่วงจนไม่รับรู้อีกแล้วว่าเจ้าของบ้านคุยอะไรกับเขาบ้างและไม่รู้ตัวเลยว่าได้เผลอทำเรื่องเสียมารยาทอะไรไปบ้างหรือเปล่าเพราะหลังจากนั้นตาของเขาก็ลืมไม่ขึ้นอีกเลยจนกระทั่ง...
   ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ชั่วยามแล้วที่เขาตื่นขึ้นมาและพบว่า
   ตัวเองนมโต!
   ซ้ำท่อนล่างส่วนที่เคยมีก็ไม่มี กลับมีอะไรที่ไม่น่าจะมีมาแทนที่เสียนี่!
   นี่มันผู้หญิงชัดๆ ไม่ใช่ผู้ชายแน่ๆ หรือว่าจะเป็นเพียงแค่ความฝัน? แล้วทำไมความยืดหยุ่นนี่มันถึงได้เหมือนจริงนักเล่า?
   เพียะ!
   ไม่ได้การ ต้องตบหน้าตัวเองเรียกสติสักหน่อย จากนั้นค่อยลองคลำดูอีกครั้ง
   เสวี่ยไป๋ลองกลั้นใจจับหน้าอกซึ่งนูนเด่นเต็มสองตาดูอีกครั้ง
   ชัดเลย ความรู้สึกอุ่นๆ นุ่มๆ นี้
   “ฮือๆ”
   ของจริง!
   “ไม่ต้องพิสูจน์อีกแล้วล่ะเสวี่ยไป๋เอ๊ย”
   เสวี่ยไป๋หันขวับ มองเห็นเทพเซียนมังกรฟ้าที่บัดนี้คล้ายจะกลายร่างเป็นมารร้ายในสายตาของเขาไปเสียแล้วทั้งๆ ที่ใบหน้านั้นยังยิ้มให้อยู่เลย
   จิ้งจอกน้อยรู้สึกว่าตนเองดูร่างเล็กลงไปถนัดใจขณะที่ทรุดนั่งลงกับพื้น
   ขนมนั่นต้องมีปัญหาแน่นอน!
   ซ้ำร้าย ถ้อยคำแสลงหูจากเทพเซียนมังกรฟ้าในประโยคต่อมานั้นทำให้เสวี่ยไป๋นึกอยากจะร้องไห้ออกมาเสียจริงแต่กลับร้องไม่ออกเลยสักคำ
   “เจ้าจะพ้นจากคำสาปนี้ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าสามารถยั่วยวนไป๋หู่ศิษย์คนที่สามของข้าให้จูบเจ้าได้สักครั้ง ยอมเสียพรหมจรรย์ให้เจ้านั่นสักหน ไม่เช่นนั้นอย่าหวังว่าจะได้กลับร่างเป็นบุรุษเลย”

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version