ผู้เขียน หัวข้อ: พันธะพรางใจ บทที่ 3 (50%)  (อ่าน 744 ครั้ง)

สิริเลขา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
พันธะพรางใจ บทที่ 3 (50%)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 10:00:53 AM »
“เห็นข่าวนี้รึยัง”

ศิระวางหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าน้องสาวคนรอง ศศินารามองผ่านๆแล้วหันไปจัดการกับมื้อเช้าต่อ ทว่ากลิ่นหอมฉุยจากข้าวต้มหมูสับของโปรดเรียกร้องความสนใจจากเธอได้ไม่เต็มที่นัก เพราะชื่อ วีเคมิคอลอิมพอร์ตเอ็กพอร์ต ที่อยู่ในพาดหัวข่าวนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกมากกว่า

ธุรกิจของครอบครัวเขากำลังจะล้มละลาย

“บริษัทนี้อยู่ในรายชื่อลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ของเรา ความจริงแล้วพี่ดูยอดการส่งออกของบริษัทนี้ก็ถือว่าไม่น่าเกลียด แต่เพิ่งรู้ว่ามีปัญหาการเมืองภายในระหว่างผู้ถือหุ้น เลยทำให้การบริหารเป๋ไปเป๋มา นี่คุณสมภพผู้บริหารสูงสุดก็ล้มป่วย ลูกชายก็ไม่มีความสามารถที่จะดูแลอะไรได้ อำนาจเลยตกไปอยู่กับคุณชัยรัตน์ แต่รายนั้นน่ะหมาป่าเจ้าเล่ห์ชัดๆ นี่คงจะโกงกินจนอิ่มแปล้จากที่นี่แล้วล่ะสิ ถึงได้ออกมายอมรับว่าบริษัทขาดสภาพคล่องไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เลยประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่าเจ๊งมันซะเลย กรรมเลยมาตกอยู่ที่เจ้าหนี้อย่างเรา”

ศศินารามองพี่ชายอย่างขำๆ รู้ดีว่าศิระไม่ได้รู้สึกหนักใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่ หญิงสาวมั่นใจว่าพี่ชายกำลังกังวลในสิ่งที่เธอเองก็คาดการณ์เอาไว้เช่นกัน

ถ้าฐานะของรณรุตย่ำแย่ หล่อนกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่าแฟนของเขาคงชิ่งทันทีแน่ คนอย่างอิงฟ้าน่ะเหรอจะบูชาความรักจนทนกัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน ให้อีตานั่นไปฝันเอาเองเถอะ

เธอไม่แคร์หรอกว่าใครจะสิ้นเนื้อประดาตัว ตราบใดที่ผลของสิ่งนั้นไม่กระทบกับเธอและครอบครัว ทว่าศศินารากังวลเหลือเกินว่าสิงที่เกิดขึ้นกับรณรุตในครั้งนี้ จะทำให้น้องสาวของเธอต้องเจอปัญหาใหญ่

“พี่ไม่ยอมให้บริษัทนี้เจ๊งไปง่ายๆหรอกนะ เราไปดูหน่อยละกันว่ามีอะไรพอจะทำได้บ้าง”

“ตลกน่ะพี่ศิระ นี่ไม่ใช่รายแรกที่จะเป็นหนี้เสียซะหน่อย จริงๆแล้ววีเคมิคอลเป็นแค่ลูกค้าขนาดกลางไม่ใช่ขนาดใหญ่ของเรานี่คะ วงเงินกู้แค่ไม่กี่ล้าน ศศิว่าแบงค์สีเขียวน่าห่วงกว่าอีก เห็นว่าทำธุรกรรมกันเป็นหลักหมื่นล้าน เห็นทีคงได้ตามทวงกันลิ้นห้อยแน่ๆ”

ศศินาราพูดอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกถึงธนาคารคู่แข่งซึ่งแย่งพอร์ตลูกค้าจากธนาคารของครอบครัวเธอไปได้ไม่น้อยในรอบสามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เธอขึ้นรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เมื่อก่อนวีเคมิคอลก็เคยทำธุรกรรมด้านนำเข้าส่งออกกับธนาคารของครอบครัวเธอเป็นวงเงินหลายพันล้าน แต่ปีหลังๆมานี้โยกไปทำกับธนาคารอื่นๆและเหลือธุรกรรมที่ทำด้วยกันเพียงแค่ไม่กี่อย่าง และวงเงินก็ไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำ เธอจึงไม่ค่อยแคร์นักว่าจะตามทวงหนี้คืนได้หรือไม่ ก็ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางจัดการไปก็แล้วกัน

“อย่ามาแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้หน่อยเลยน่ะ แกก็รู้ดีว่าพี่ต้องการให้ทำอะไรกันแน่”

“อย่าเพิ่งเสียงเข้มสิพี่ชาย ศศิเข้าใจแจ่มแจ้งเลยล่ะว่าพี่ศิระต้องการอะไร แต่เราจะตีตนไปก่อนไข้มากไปรึเปล่า จริงๆมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้นะคะ”

“ก็ไม่รู้ล่ะ พี่ไม่อยากให้มีปัญหา ยัยศรายิ่งท้องอยู่ ไม่อยากให้มีเรื่องกวนใจ”

“นี่พี่จะเอาจริงเหรอคะ ศศิว่าเรากำลังขี่ช้างจับตั๊กแตนอยู่รึเปล่า”

“ทำไงได้ ยัยศราชอบตั๊กแตนตัวนี้มากนี่”

“แต่ถ้าศรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรที่เหมือนยัดเยียดแกให้ผู้ชายขนาดนี้ล่ะก็ แกคงไม่เอาด้วยแน่ๆ มันดูไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย”

“ยัดเยียดที่ไหน เรียกว่าอำนวยความสะดวกต่างหาก นี่มันเรื่องความรักล้วนๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับศักดิ์ศรีอย่างที่แกพูดเลยสักนิด”

พี่ชายย้อนเสียงขุ่น ดูท่าทางก็รู้ว่าไม่ยอมแพ้แน่ๆ น้องสาวเลยได้แต่ถอนใจอย่างปลงๆ ความจริงแล้วศศินาราไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขการแต่งงานระหว่างศราวณีกับวรทย์ ไม่สนใจสักนิดว่าใครจะมองว่าน้องสาวเธอท้องไม่มีพ่อ แค่น้องกับหลานทำไมเธอจะดูแลไม่ได้ แต่เมื่อพ่อของเธอรับไม่ได้กับเรื่องนี้ และการแต่งงานหลอกๆเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของครอบครัวเธอคือสิ่งที่ท่านต้องการ เธอก็ไม่อาจคัดค้าน

แต่พี่ชายเธอกลับคิดหวังไกลไปกว่าการแต่งงานจอมปลอม เพราะศิระอยากให้วรทย์กับศราวณีลงเอยกันจริงๆ ในส่วนของศราวณีนั้น ถึงจะเก็บซ่อนความรู้สึกเก่งแค่ไหนแต่ความที่เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากก็ทำให้ทั้งศิระและศศินาราพอจะอ่านความในใจที่น้องสาวคนเล็กมีต่อวรทย์ได้ แต่กับวรทย์นี่สิคือปัญหา เพราะถึงเขาจะเลิกรากับคนรักที่คบกันมานานอย่างอิงฟ้าไปแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดใจรับใครเลย วันๆก็ทำแต่งานจนทั้งศิระและศศินารากังวลว่าวรทย์อาจจะยังลืมอิงฟ้าไม่ได้ และหากอิงฟ้าเลิกรากับรณรุตและกลับมาขอคืนดีกับเขาเข้าจริงๆ ความหวังเล็กๆของสองพี่น้องก็คงหรี่มอดลงไปอย่างช่วยไม่ได้

“ถึงศศิจะเข้าไปช่วยดูเรื่องปล่อยกู้ให้วีเคมิคอล แต่ก็ใช่ว่าปุบปับบริษัทนี้จะลุกขึ้นยืนและก้าวกระโดดได้ทันทีซะเมื่อไหร่ ยิ่งมีผู้บริหารไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างนายรณรุตนั่นด้วย ศศิว่าเงินกู้ของเราก็คงไม่ต่างจากเอาทรายไปถมทะเลหรอกค่ะ เหนื่อยเปล่า ปล่อยให้เจ๊งๆไปเถอะบริษัทของคนพรรค์นั้นน่ะ”

“ที่พูดนี่...วิเคราะห์ในฐานะนายธนาคารหรือเกลียดเป็นการส่วนตัว?”

นายธนาคารสาวสวยเม้มปากด้วยความขัดใจที่ถูกรู้ทัน ไม่ต่อความในประเด็นนี้แต่อ้างอีกประเด็นที่สำคัญกว่าขึ้นมาพูดแทน

“ถ้ายัยอิงฟ้ากลับไปง้อพี่วรทย์ แล้วพี่วรทย์ยอมคืนดีด้วย เราจะไปห้ามอะไรได้คะ ในเมื่อสัญญาแต่งงานนั่นก็มีผลแค่สองปี อย่างมากก็แค่รอวันหย่าเท่านั้น”

“เราไม่มีสิทธิ์ห้ามก็จริง แต่ใช่ว่าเราจะไม่มีสิทธิ์สู้เพื่อให้ตัวเองมีสิทธิ์ขึ้นมาจริงๆซะหน่อยนี่”

เหมือนจะงงแต่ศศินาราก็เข้าใจได้ไม่ยาก พี่ชายเธอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ และเธอเองก็เห็นว่าความพยายามที่จะเป็นกามเทพสื่อรักให้กับน้องสาวของตัวเองไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่เจ้าตัวจะสู้ด้วยหรือเปล่านี่สิคือปัญหา

“เราน่ะเป็นแค่โค้ชกับกองเชียร์นะคะพี่ศิระ คนที่จะลงสนามจริงๆน่ะยัยศราโน่น และศศิไม่รับปากหรอกนะคะว่าน้องสาวเราจะยอมลงแข่งรึเปล่า”

ตรงข้ามกับท่าทางครุ่นคิดกังวลของน้องสาว ศิระกลับพิงหลังกับพนักด้วยท่าทีสบายๆพลางกล่าวว่า

“เชื่อมือพี่เถอะ พี่หาทางพายัยศราลงสนามได้แน่”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 10:02:46 AM โดย สิริเลขา »

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: พันธะพรางใจ บทที่ 3 (50%)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 09:54:11 PM »
พวกอยู่เบื้องหลังนี่คิดกันลึกซึ้งมาก